การพัฒนาอย่างยั่งยืน

การดำเนินธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นนั้น องค์กรไม่เพียงแต่เน้นเรื่องผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและการเงินเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงการสร้างความพึงพอใจให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมและมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร พัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องด้วย

การจัดทำรายงานนี้ได้ยึดถือตามแนวทางของสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม(Corporate Social Responsibility Institute) ที่จัดตั้งขึ้นโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  โดยมีการกำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ที่บริษัทให้ความสำคัญในการดำเนินการดังนี้  คือ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า  คู่ค้า  คู่แข่ง  ชุมชนและสังคม  เจ้าหนี้  และสิ่งแวดล้อม  ซึ่งวิธีในการเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสียที่ถือปฎิบัติอยู่  ได้แก่การจัดประชุมย่อย การสำรวจความคิดเห็น  การรับคำร้องเรียน และข้อเสนอแนะ  เป็นต้น  ทั้งนี้บริษัทได้นำข้อมูลทั้งหมดมาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน  เพื่อความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง  และเป็นแนวทางที่บริษัทในเครือทั้งหมดถือปฎิบัติ

เนื่องจากธุรกิจการผลิตกระเบื้องเซรามิคมีความเกี่ยวเนื่องกับแรงงาน การใช้ทรัพยากรธรรมชาติประเภท ดิน และ หิน เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ซึ่งมีโอกาสก่อให้เกิดมลภาวะด้านฝุ่นละอองและมีการใช้น้ำ พลังงานเชื้อเพลิง และไฟฟ้าในขบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก บริษัทจึงได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นเหล่านี้ในการดำเนินธุรกิจ

การประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรม :  บริษัทมีนโยบายส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรี ไม่ใช้อำนาจผูกขาด ไม่สนับสนุนการดำเนินการที่มีลักษณะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์  นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุน คู่ค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การไม่ใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานผิดกฎหมาย เป็นต้น

การต่อต้านการทุจริต : บริษัทมีนโยบายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น โดยมีระบบการตรวจสอบและป้องกันที่เพียงพอรวมถึงการดำเนินการอย่างเป็นธรรม และเปิดเผยหากมีรายการที่อาจเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้วย

   นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น  (Anti-corruption Policy)

                 RCI   มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม   โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี  ตลอดจนนโยบายและแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มของ RCI   เพื่อแสดงเจตนารมณ์และ ความมุ่งมั่นในการต่อต้านคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ

คำนิยามตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น

คอร์รัปชั่น (Corruption) หมายถึง  การติดสินบนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ๆ โดยการเสนอให้  สัญญา  มอบให้  ให้คำมั่น  เรียกร้อง  หรือรับ  ซึ่งเงิน  ทรัพย์สิน  หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งไม่เหมาะสม  กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ  หน่วยงานของเอกชน  หรือผู้มีหน้าที่ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรืออ้อม  เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมาย  ระเบียบ  ประกาศ  ข้อบังคับ  ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น  หรือจารีตทางการค้า  ให้กระทำได้

นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น

ห้ามกรรมการ  ผู้บริหาร  และพนักงานของ RCI  ดำเนินการหรือยอมรับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบทั้งทางตรงหรือทางอ้อม  และให้มีการสอบทานการปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ

หน้าที่ความรับผิดชอบ

  1. คณะกรรมการบริษัท มีหน้าและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย  และกำกับดูแลให้มีระบบต่อต้านคอร์รัปชั่นที่มีประสิทธิภาพ  และปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ  มีหน้าที่และรับผิดชอบในการสอบทานระบบรายงานทางการเงินและบัญชี  ระบบควบคุมภายใน  ระบบตรวจสอบภายในและระบบบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ
  3. คณะจัดการและผู้บริหาร  มีหน้าที่และรับผิดชอบในการกำหนดให้มีระบบ และให้การส่งเสริม   และสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อสื่อสารไปยังพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  รวมทั้งทบทวนความเหมาะสมของระบบและมาตรการต่าง ๆ

แนวทางการปฏิบัติ

  1. กรรมการบริษัท  ผู้บริหาร  พนักงาน  RCI  ทุกระดับ  ต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น   โดยต้องไม่เข้าไป

เกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชั่น  ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

  1. พนักงาน RCI ไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย  เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายคอร์รัปชั่นต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา  หรือ

บุคคลที่รับผิดชอบทราบ  และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ

  1. RCI  จะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานที่ปฏิเสธหรือแจ้งเรื่องคอร์รัปชั่น
  2. ผู้ที่กระทำคอร์รัปชั่น  จะต้องได้รับการพิจารณาทางวินัยตามระเบียบที่กำหนดไว้  นอกจากนี้  อาจจะได้รับโทษ

ตามกฎหมาย  หากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย

  1. RCI  มุ่งมั่นที่จะปลูกฝังให้พนักงานยึดมั่นว่าคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ทั้งการทำธุรกรรมกับภาครัฐและเอกชน

ข้อกำหนดในการดำเนินการ

เพื่อความชัดเจนในการดำเนินการในเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงกับการเกิดคอร์รัปชั่น  กรรมการบริษัท  ผู้บริหารและ

พนักงาน RCI  ทุกระดับต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังในเรื่องดังต่อไปนี้

  • ของกำนัล  การเลี้ยงรับรองและค่าใช้จ่ายต้องเป็นไปเพื่อการค้าเท่านั้น
  • เงินบริจาคเพื่อการกุศล หรือเงินสนับสนุน  โดยต้องมั่นใจว่าเงินบริจาค  หรือเงินสนับสนุนไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการติดสินบน
  • ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และการจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐ  ห้ามให้หรือรับสินบนในการดำเนินธุรกิจทุกชนิด  และการติดต่องานกับภาครัฐ  จะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส  ซื่อสัตย์  และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ที่เกี่ยวข้อง

แนวปฏิบัติเรื่อง Helping Line ( Opinion Box)

ตามที่บริษัทโรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) กำหนด Helping Line (Opinion Box) เพื่อคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท เพื่อให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจและปฏิบัติอย่างถูกต้องจึงได้จัดทำแนวปฏิบัติ ดังนี้

  • การร้องเรียน
    • ต้องระบุประเด็นหรือข้อร้องเรียนที่ต้องการให้พิจารณาให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่ทุจริต หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัทอย่างไร เช่น กฎหมายอาญา กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า กฎหมายแรงงาน ข้อบังคับพนักงาน ระเบียบการจัดหา เป็นต้น โดยต้องมีข้อมูลพอที่ให้เกิดความเชื่อถือได้
    • มีหลักฐานที่สอดคล้องกับประเด็นหรือข้อร้องเรียนโดยต้องระบุรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่ชัดเจนพอที่แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนเกิดขึ้นจริง เช่น ชื่อผู้ฝ่าฝืนและผู้เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) เวลาและสถานที่เกิดเหตุการณ์  ลักษณะการฝ่าฝืน  ผลกระทบที่เกิดขึ้น หน่วยงานหรือบุคคลที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ รวมถึง ภาพถ่าย เอกสารหรือหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
    • การร้องเรียนเรื่องที่เกี่ยวกับตัวผู้บังคับบัญชาโดยตรงสามารถทำได้ โดยร้องเรียนไปยัง“ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” และ/หรือ “กรรมการผู้จัดการ”

 

  • การรวบรวมและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อร้องเรียน
    • เมื่อมีการร้องเรียนให้“ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” และ/หรือ “กรรมการผู้จัดการ”แต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นให้รายงานสรุปผลการดำเนินการโดยละเอียดต่อ“ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” และ/หรือ “กรรมการผู้จัดการ”
    • การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อร้องเรียน ให้“คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง”พิจารณาและดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสมทั้งนี้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นควรประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่า 3 คนที่มาจากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนนั้น และต้องไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงในเรื่องดังกล่าว
    • เมื่อได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” เห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าได้มีการกระทำทุจริต/ผิดกฎหมายโดยพนักงาน ให้ส่งเรื่องให้ “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” และ/หรือ “กรรมการ
    • ผู้จัดการ”และคณะกรรมการการบุคคลเพื่อดำเนินการตามระเบียบการกระทำผิดต่อกฎหมาย กฏระเบียบบริษัทต่อไป
  • ไม่ว่าในกรณีใดๆ หากสมาชิกใน “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง”มีส่วนได้เสียโดยตรงในข้อร้องเรียนนั้น สมาชิกดังกล่าวต้องไม่เข้าร่วมในการพิจารณาและให้แต่งตั้งสมาชิกอื่นที่เห็นว่าเหมาะสมและสามารถให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องเรียนได้
  • การตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อร้องเรียน ต้องให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับข้อร้องเรียน หรือหากมีเหตุจำเป็นอาจขออนุมัติขยายเวลาต่อ“ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” และ/หรือ “กรรมการผู้จัดการ” ได้
  • ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนเปิดเผยชื่อของตนเองหากล่วงพ้นเวลา 30 วันนับแต่วันที่ได้ร้องเรียนแล้วยังไม่มีการตอบรับใดๆ จาก“คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ผู้ร้องเรียนสามารถร้องเรียนไปยังช่องทางอื่น ได้ เช่น“ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” และ/หรือ “กรรมการผู้จัดการ”และ/หรือ คณะกรรมการการบุคคล เป็นต้น
  • การแจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ร้องเรียน

ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนเปิดเผยชื่อของตนเอง เมื่อ “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง”  ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้แจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แก่ผู้ร้องเรียนทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่สรุปผล

กรณีมีการร้องเรียน ผู้ร้องเรียนก็สามารถร้องเรียนด้วยวาจา หรือส่งหนังสือร้องเรียนถึงผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารระดับสูงได้โดยผู้ร้องเรียนจะได้การคุ้มครองและความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ซึ่งบริษัทจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการ   เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป หรือแจ้งเบาะแส  ทางเว็บไซต์ www.rci.co.th คอลัมน์ : ติดต่อเรา    ปีที่ผ่านมาไม่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนแต่อย่างใดๆ

การเคารพสิทธิมนุษยชน :  บริษัทมีนโยบายที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่มีการบังคับใช้แรงงาน และต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก  ทางด้านนโยบายและแนวปฏิบัติ ในการจ้างงานก็ไม่มีการเลือกเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม : บริษัทมีการจัดตั้งคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล และ คณะกรรมการสวัสดิการที่มีกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยพนักงาน  ตัวแทนทั้งฝ่ายนายจ้าง และลูกจ้าง โดยมีการจัดประชุมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วม และเป็นช่องทางในการทำความเข้าใจอันดี ระหว่างบริษัทกับพนักงาน โดยบริษัทได้รับใบประกาศเกียรติคุณ การบริหารจัดการแรงงานสัมพันธ์ที่ดีจาก จังหวัดสระบุรี

บริษัทไม่จำกัดสิทธิในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน โดยปัจจุบันมีสหภาพแรงงานบริษัท โรแยล ซีรามิคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)   ซึ่งพนักงานได้ร่วมกันจัดตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว

ด้านการพัฒนาและส่งเสริมพนักงาน บริษัทก็มีแนวทางในการพัฒนา ทักษะและฝึกอบรม  เพื่อโอกาสในความก้าวหน้า ของพนักงานอย่างเท่าเทียม  โดยมีหลักสูตรสำหรับพนักงานแต่ละระดับ ทั้งการสอนหน้างาน การอบรมในห้องเรียนทั้งภายในและภายนอกโรงงาน  โดยในปี 2559 มีการฝึกอบรมพนักงานเฉลี่ยเท่ากับ  7.08 ชั่วโมงต่อคน   มีการนำระบบจัดการคุณภาพมาปรับใช้ทั่วทั้งองค์กร ได้แก่ TQM, 5ส, QCC, ISO9001:2008

 

ในปี  2558 บริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญของบุคลากรและการป้องกันการบาดเจ็บและเจ็บป่วยของบุคลากรตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงส่งเสริมให้นำระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHASA 18001 มาปฏิบัติที่โรงงาน ทั้งนี้ยังช่วยเปิดโอกาส ในการดำเนินธุรกิจให้ลูกค้าคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของบุคลากรในบริษัทคู่ค้า  และช่วยเสริมสร้างทัศนะคติของผู้ปฏิบัติงานและปรับปรุงงานของภายในองค์กรให้ปลอดภัยมากขึ้น โดยตัวอย่างกิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมพนักงานในปี  2559  เช่น

  1. ให้พนักงานจัดกลุ่มทำกิจกรรม 5 ส  โดยจัดประกวดแต่ละพื้นที่  มีรางวัลตอบแทน  เพื่อกระตุ้นและจูงใจ ให้

พนักงานปรับปรุงพื้นที่ทำงาน ให้มีความสะอาด สะดวกและปลอดภัย  (สนญ.)

  1. ทำบุญครบรอบการก่อตั้งบริษัท 47 ปี โดยจัดกิจกรรมประมูลของ นำเงินบริจาคเพื่อสมทบทำบุญวัดพระบาทน้ำพุ
  2. ทำบุญถวายผ้ากฐิน พระสงฆ์จำพรรษา ณ วัดบ่อน้ำเค็ม ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี
  3. ทำกิจกรรม Big Cleaning Day ในวันสงกรานต์
  4. ถวายเทียนพรรษาจตุปัจจัย ณ วัดไทยงาม อ.หนองแค จ.สระบุรี
  5. กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ในวันสงกรานต์
  6. เป็นเจ้าภาพงานฌาปนกิจญาติของพนักงานที่เสียชีวิต
  7. จัดให้พนักงานบริจาคโลหิตให้เหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ทุก 3 เดือน
  8. จัดให้มีห้องสมุดให้พนักงานทุกวันจันทร์-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 12.00-13.00 น.
  9. จัดบริการน้ำแข็งหลอดให้พนักงานช่วงเดือนเมษายน เพื่อให้พนักงานได้คลายร้อนช่วงอากาศร้อน
  10. จัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี เพื่อให้พนักงานเกิดความรักใคร่สามัคคีกัน
  11. จัดให้มีชมรมต่าง ๆ เช่นชมรมแบดมินตัน,ชมรมวอลเล่ย์บอล, ชมรมรักสุขภาพ ,ชมรมตะกร้อ เป็นต้น
  12. ให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกให้แก่พนักงานและพนักงานรับเหมา เพื่อสุขภาพที่ดีของพนักงานและผู้รับเหมาของบริษัท
  13. จัดให้มีกิจกรรมการปั่นจักรยานรณรงค์ ลดการใช้รถส่วนบุคคล car  free  day  เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีแก่พนักงาน
  14. ส่งพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา Labour Cup ร่วมกับบริษัทอื่น เพื่อสร้างความสามัคคี
  15. จัดให้มีกิจกรรมประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมในองค์กร
  16. จัดให้มีกิจกรรมการออกกำลังกายทุกหน่วยงาน
  17. จัดให้มีการทำบุญตักบาตรทุกเดือน

ด้านสุขภาพและความปลอดภัย : บริษัทมีนโยบายส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยโดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี มีการประกันสุขภาพ  โดยผ่านสื่อสารวารสาร  รอบรั้ว RCI  ซึ่งเป็นวารสารภายในองค์กร  ก่อตั้งเมื่อปี 2556 จนถึงปัจจุบัน  และประกันอุบัติเหตุ จัดทำโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุและสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานรวมถึงการจัดให้มีระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (OHSAS)

นอกจากนี้ บริษัทมีการให้ความรู้ ด้านความปลอดภัย และด้านสุขภาพ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในการทำงานอย่างระมัดระวัง ป้องกันและช่วยลดอุบัติเหตุ  ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลาการทำงาน  โดยกิจกรรมความปลอดภัย เช่น

-บริษัทจัดให้มีการสำรวจจุดเสี่ยงจากการทำงานในแต่ละพื้นที่และรณรงค์ให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย

เพื่อป้องกันอวัยวะที่อาจสัมผัสกับจุดเสี่ยงที่เป็นอันตราย

-จัดทีมเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ออกเยี่ยมพนักงานที่เจ็บป่วย ที่ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ

-จัดอบรมหลักสูตร การบำรุงรักษาและการขับรถโฟล์คลิฟอย่างถูกวิธีและปลอดภัย,

-จัดกิจกรรมความปลอดภัยซึ่งในงานประกอบด้วย กิจกรรมต่าง ๆ เช่นการประกวดคำขวัญความปลอดภัย

-ฝึกซ้อมการป้องกันอัคคีภัยและอพยพหนีไฟและซ้อมดับเพลิง

-จัดให้มีสัปดาห์แห่งความปลอดภัยในการทำงาน

-จัดอบรมให้พนักงานรับเหมาและพนักงานเรื่องพิษภัยยาเสพติด, เศรษฐกิจพอเพียง , ความรู้เกี่ยวกับประกันสังคม

ความรู้ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น การยกย้ายอย่างไร ไม่ให้ปวดหลัง การช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ที่ข้อ

เคล็ด , การยกวัสดุสิ่งของสองคน ,การใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย

ด้านสวัสดิการ : นอกจากค่าจ้างเงินเดือน  เบี้ยเลี้ยง  โบนัส  ค่าล่วงเวลา แล้วบริษัทยังได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน  ชื่อ “ กองทุนสำรองลี้ยงชีพ เอ็มเอฟซีมาสเตอร์ฟันด์”โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด(มหาชน)  เป็นผู้จัดการกองทุน  โดยพนักงานที่เป็นสมาชิกจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนโดยให้บริษัทหักค่าจ้างแล้วนำส่งข้ากองทุน ในอัตราร้อยละ 2 ของค่าจ้าง และนายจ้างมีพันธะ ที่จะจ่ายเงินสมทบให้แก่กองทุนในวันเดียวกับที่สมาชิกจ่ายเงินเข้ากองทุน ในอัตราร้อยละ2 ของค่าจ้าง  เช่นเดียวกัน

จัดให้มีศูนย์พยาบาลที่มีแพทย์มาทำหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษากรณีพนักงานเจ็บป่วยซึ่งเป็นการเสริมสร้างความอบอุ่นใจให้กับพนักงานเป็นอย่างดี และจัดให้มีตู้ยาไว้ให้บริการเพิ่มจากปกติที่ห้องพยาบาล ในเวลาทำงานของกะบ่ายและกะดึกด้วย

จัดให้มีร้านค้าสวัสดิการของพนักงาน  เพื่อให้พนักงานทุกระดับได้ซื้อสินค้าด้วยเงินเชื่อในราคาต้นทุน

ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค : บริษัทมีนโยบายในการสร้างสรรค์ สินค้าและบริการที่มีคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มีมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ โดยผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม  มีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อความพึ่งพอใจของผู้บริโภค สินค้ามีความหลากหลาย  ราคาเป็นกลาง  และมีหลายระดับราคาสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม  อีกทั้งมีช่องทางการจัดจำหน่าย ที่กว้างขวางผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และยังมีการส่งออกไปจำหน่ายในอีกหลายๆประเทศ ในทวีปเอเชีย, ออสเตรเลียเป็นต้น

มีการให้ข้อมูล เกี่ยวกับสินค้า และบริการกับผู้บริโภค อย่างถูกต้อง และเหมาะสม โดยมีรายละเอียด สินค้า และคู่มือการใช้พิมพ์อยู่บนบรรจุภัณฑ์  มีการจัดหมวดหมู่สินค้า   การรับประกันสินค้าและแก้ปัญหาให้ลูกค้ากรณีมีปัญหาคุณภาพและไม่ปรากฎการร้องเรียนเรื่องการได้รับผลกระทบหรือเป็นอันตรายจากการใช้สินค้า

ด้านการปกป้องสิทธิของลูกค้า :  บริษัทมีนโยบายเก็บรักษาข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า และอบรมให้พนักงานเข้าใจถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้าด้วย

บริษัทมีการทำการตลาดอย่างเป็นธรรม  ไม่โฆษณาเกินจริง หรือกระทำโดยผิดศีลธรรม

บริษัทได้รับใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีการกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน

(มอก.2508-2555)

การดูแลสิ่งแวดล้อม :  บริษัทมีนโยบายในการพัฒนากระบวนการผลิต และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยมุ่งพัฒนากระบวนการที่เน้นการลดผลกระทบทางลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง มีการใช้ระบบบริหารจัดการแบบ TQM ที่ให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการเพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่าย ลดการสูญเสีย ลดการใช้พลังงาน ฯลฯ

นอกจากนี้  บริษัทได้ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(อ.บ.ก.) ซึ่งรณรงค์การลดก๊าซคาร์บอน

ที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม และบริษัทได้เครื่องหมายรับรองลดคาร์บอนฟรุตปริ้นของผลิตภัณฑ์  ทั้งนี้กิจกรรมที่ดำเนินแล้วอาทิเช่น

– มีระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานเพื่อนำกลับมาหมุนเวียนใช้ในขบวนการผลิต

– มีโครงการนำเศษกระเบื้องที่คัดทิ้งกลับมาบดใช้ในการผลิตกระเบื้องใหม่ทั้งหมด

– มีนโยบายการจัดการพลังงานและแต่งตั้งกรรมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและการ

มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านอนุรักษ์พลังงานของพนักงานทุกระดับ

– มีโครงการประหยัดพลังงานโดยการรณรงค์ปิดไฟและระบบปรับอากาศในสำนักงานช่วงพักเที่ยง

– มีโครงการลดการใช้กระดาษ โดยส่งเสริมให้มีการนำกระดาษใช้แล้วกลับมาใช้อีก และส่งเสริมให้มีการนำระบบ

อิเล็กทรอนิกมาใช้ในสำนักงานแทนการใช้กระดาษ

– เข้าร่วมโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงอุตสาหกรรม

-มีโครงการลอกเลนร่องระบายน้ำของฝ่ายผลิต  เพื่อป้องกันน้ำท่วมสายการผลิตในช่วงฤดูฝน

การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม : บริษัทมีนโยบายและมีส่วนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เช่น รัฐ องค์กรท้องถิ่น ชุมชน   ฯลฯ ในการพัฒนาสังคม โดยมีโครงการที่ได้ดำเนินการในปี 2559 และบางโครงการก็เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง

-มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรพนักงาน จำนวน 50 ทุน  ทุนละ 1,000 บาท

-บริจาคโลหิต

-กระเช้าปีใหม่ให้หน่วยงานราชการ

-จัดพิธีหล่อเทียนเข้าพรรษา  โดยให้พนักงานได้ร่วมบริจาคเงินทำบุญซื้อหลอดไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าถวายวัด

– จัดให้มีกิจกรรม เพื่อทำบุญบริจาคให้กับโรงพยาบาลวิหารแดง  โรงพยาบาลหนองแค และวัดพระบาทน้ำพุ

– ทำบุญทอดกฐิน  วัดบ่อน้ำเค็ม  จังหวัดสระบุรี

นวัตกรรม  : บริษัทมีนโยบายพัฒนานวัตกรรมจากการดำเนินงานที่สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ  และสังคมอย่างต่อเนื่อง ได้พัฒนาสูตรการผลิตที่สามารถนำเศษกระเบื้องที่ตัดทิ้งทั้งหมดกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต  พัฒนาระบบการผลิตโดยใช้เครื่องพิมพ์ Digital ที่สามารถผลิตกระเบื้องลวดลายต่างๆ รวมทั้งลายธรรมชาติ  เช่น  ลายหินอ่อน  ลายไม้ ได้เหมือนจริง  ซึ่งสามารถใช้ทดแทนและมีส่วนช่วยในการลดการใช้วัสดุจากธรรมชาติ  การนำเทคโนโลยีแบบ Dry Process แทนระบบการผลิตแบบปัจจุบัน มาผลิตกระเบื้องบุผนังรายแรกของประเทศไทย

อีกทั้ง  ยังนำนวัตกรรม  การขัดผิวหน้ากระเบื้องแบบลาบัทโต้ และการยิงเม็ดสีเข้าในเนื้อของกระเบื้องพอร์ซเลนเพิ่มเสน่ห์ความเป็นธรรมชาติให้กับกระเบื้องมากยิ่งขึ้น  เหมาะสมกับงานที่เน้นในพื้นที่ Outdoor  เป็นหลัก  ส่วนงานภายในก็ยังมีกระเบื้องทั้งเนื้อเซรามิค  และพอร์ซเลนอีกมากมายให้ได้เลือกสรรได้ตามต้องการ  

Top