การกำกับดูแลกิจการ

บริษัทมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างทางด้านบรรษัทภิบาล  โดยกำหนดไว้ในวิสัยทัศน์ด้วยเชื่อมั่นว่าหลักบรรษัทภิบาล  จะเป็นระบบบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส สามารถสร้างผลตอบแทนและเพิ่มมูลค่าระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น  รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสนับสนุนส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

ในปี 2559  คณะกรรมการบริษัทเห็นควรให้มีการปรับปรุงแบบ 56-1 และ รายงานประจำปี และกำหนดคู่มือบรรษัทภิบาล อาร์ซีไอ ขึ้นให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ   ประกอบกับสภาพแวดล้อมของสังคมที่พยายามกำหนดแนวทาง และหลักเกณฑ์การบริหารจัดการองค์กรที่เป็นมาตราฐานสากลตามหลักบรรษัทภิบาล  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย  และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน  โดยบริษัทได้ปรับปรุงตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี  ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งได้มีการปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ASEAN CG Scorecard  ที่ต้องการยกระดับมาตราฐานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนในอาเซียนให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ  แบ่งเป็น  5 หมวด มีรายละเอียดดังนี้

1.หมวดสิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทมีนโยบายในการสนับสนุน  ส่งเสริม  และอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นทุกราย  ทุกกลุ่ม  รวมถึงผู้ถือหุ้น

ประเภทสถาบันได้ใช้สิทธิต่าง ๆ  ทั้งในฐานะนักลงทุนในหลักทรัพย์   และในฐานะเจ้าของบริษัท   ด้วยวิธีการและมาตรฐาน ที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้  โดยให้สิทธิในการซื้อ  ขาย  โอน  หลักทรัพย์ที่ตนถืออยู่อย่างเป็นอิสระ ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น  การเสนอวาระการประชุมล่วงหน้า   การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท   การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมอย่างเป็นอิสระ  และการร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท  เช่น  การเลือกตั้งกรรมการ   การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและการกำหนดค่าสอบบัญชี  การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับของบริษัท  และการอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญและมีผลต่อทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัท  ทั้งนี้  ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิออกเสียง  ตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่  โดยแต่ละหุ้นมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียง  ไม่มีผู้ถือหุ้นใดมีสิทธิพิเศษเหนือผู้ถือหุ้นรายอื่น

นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว  บริษัทยังได้ดำเนินการในเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นการส่งเสริมและอำนวย

ความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม  ดังนี้

  1. ให้ข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจนและทันต่อเหตุการณ์  โดยเปิดเผย ข้อมูลนั้นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท และผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ฯ
  2. เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เพียงพอและมีเวลาศึกษาข้อมูลล่วงหน้าก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น  บริษัทได้    เปิดเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ วัน เวลา และสถานที่  และกำหนดวาระการประชุมผู้ถือหุ้นไว้เป็นเรื่อง ๆ  อย่างชัดเจนโดยเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ผ่านระบบ  SET Portal  ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และในเว็บไซต์ของบริษัท เป็นการล่วงหน้าประมาณ 28 วันก่อนวันประชุม

สำหรับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น  บริษัทได้จัดให้มีรายละเอียดข้อมูลของแต่ละวาระ  พร้อมคำชี้แจงเหตุผลประกอบ

และความเห็นของคณะกรรมการโดยบริษัท  ได้เผยแพร่หนังสือนัดประชุมพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องเช่นแบบการลงทะเบียน  เอกสารและหลักฐานที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้องแสดงก่อนเข้าร่วมประชุม  วิธีการมอบฉันทะ  การลงทะเบียน  และหนังสือมอบฉันทะ ในเว็บไซต์ของบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  เป็นการล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นมากกว่า 30 วัน  และจัดส่งเอกสารข้างต้นให้กับผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าก่อนวันที่ประชุม 21 วัน

  1. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระ หรือบุคคลใด ๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม  ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางออกเสียงลงคะแนนได้ตามแบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กระทรวงพาณิชย์กำหนด  โดยบริษัทได้แนบเอกสารและหลักฐานที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้องแสดงก่อนเข้าร่วมประชุม  วิธีการมอบฉันทะ  และการลงทะเบียนไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม  พร้อมทั้งมีข้อมูลของกรรมการอิสระที่บริษัทกำหนดให้เป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น  และเป็นกรรมการอิสระที่ไม่มีส่วนได้เสียในวาระพิจารณาเลือกตั้งกรรมการไว้ในหนังสือนัดประชุมโดยผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดแบบหนังสือมอบฉันทะผ่านทางเว็บไซต์บริษัทได้ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

สำหรับผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบันหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้ลงทุนต่างประเทศและแต่งตั้งให้คัสโตเดียน (Custodian)

ในประเทศไทยเป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้น  บริษัทได้ประสานงานเรื่องเอกสารและหลักฐานที่จะต้องแสดงก่อนเข้าประชุมเป็นการล่วงหน้า  เพื่อให้การลงทะเบียนในวันประชุมเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

  1. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามเพื่อสอบถามข้อมูลในแต่ละวาระหรือข้อมูลอื่น ๆ ของบริษัทเป็นการล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ผ่านอีเมล์ www.rci.co.th  หรือตามที่อยู่บริษัท  โดยหากผู้ถือหุ้นต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อโดยตรงที่สำนักงานเลขานุการบริษัทผ่านช่องทาง  ดังนี้

บริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด(มหาชน) ที่อยู่  อาคารบริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค เลขที่ 37/7  ถนนสุทธิสาร วินิจฉัย  แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง  กรุงเทพฯ 10310  โทรศัพท์ 0-2276-9275-80 โทรสาร 0-2643-0948-9

โทรสาร :  02-643-0948-9

  1. ในปี 2559 บริษัทได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี  ในวันที่ 28 เมษายน 2559  ซึ่งมีกรรมการเข้าร่วมประชุมจำนวน 9 คน ได้แก่

 

1. นางสาวปวีณา  เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานกรรมการ
2. นายสมบูรณ์     อุรานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
3. นายสุทิน          ยุทธนาวราภรณ์ กรรมการผู้จัดการ
4. นายธีราสิทธิ์     แสงเงิน กรรมการ
5. นายสันติ          ปิยะทัต กรรมการ
6.นายสุพจน์        แก้วมณี กรรมการ
7. นางศิริสุข         ฮุนตระกูล ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ
8. นางภวัญญา    กฤตชาติ กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ
9. นายณัฐพงศ์     โปษกะบุตร กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ

 

  1. บริษัทได้จัดการชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ณ ห้องประชุมชั้น 28 อาคารชำนาญเพ็ญชาติ บิสซิเนส เซ็นเตอร์ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง  กรุงเทพมหานคร  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าประชุมมากขึ้น  ตลอดจนสามารถซักถามและแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ภายในห้องประชุมเดียวกัน  ซึ่งจะทำให้การประชุมได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ   ประกอบกับเป็นสถานที่ที่ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางได้สะดวกเนื่องจากอยู่ติดถนนพระราม 9  และห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พระราม 9 ประมาณ 500 เมตร
  2. ในวันประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้จัดให้มีจุดตรวจเอกสาร  กรณีรับมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทน  และจัดเตรียมอากรแสตมป์สำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะไว้บริการให้แก่ผู้รับมอบฉันทะที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม

พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดการลงทะเบียน  โดยบริษัทจะเปิดรับลงทะเบียนก่อนเริ่มการประชุมไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

  1. ก่อนเริ่มการประชุม พิธีกรได้ชี้แจงรายละเอียดวิธีการออกเสียงคะแนน การนับคะแนนเสียงและการแจ้งผลการนับคะแนนในการประชุมได้  ดังนี้
  • กำหนดให้การออกเสียงลงคะแนนในวาระต่าง ๆ ผู้ถือหุ้นมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ถือโดยให้นับหนึ่งหุ้นเท่ากับหนึ่งเสียงลงคะแนนให้กระทำโดยเปิดเผย ด้วยวิธีชูมือ
  • บริษัทได้จัดให้มีการใช้บัตรยืนยันการลงคะแนนในทุกวาระที่จะต้องมีการลงมติ เพื่อความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้  โดยวิธีการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ  ประธานในที่ประชุมจะสอบถามที่ประชุมว่าผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะคนใดไม่เห็นด้วยหรืองดออกเสียง  ขอให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะที่ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงชูมือ  และลงคะแนนในบัตรยืนยันการลงคะแนนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อ  และเจ้าหน้าที่จะเก็บบัตรดังกล่าว  ส่วนผู้ถือหุ้นที่เห็นด้วยให้ลงคะแนนที่เห็นด้วยทุกใบพร้อมกันทั้งหมด  ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม  สำหรับผู้ถือหุ้นที่มอบฉันทะให้แก่กรรมการอิสระ บริษัทจะดำเนินการลงคะแนนเสียงเห็นด้วย  หรืองดออกเสียงตามประสงค์ของผู้ถือหุ้น
  • สำหรับรายละเอียดผลการนับคะแนนของแต่ละวาระนั้น จะรวบรวมผลและแจ้งให้ที่ประชุมทราบได้  ภายหลังจากเสร็จสิ้นการลงคะแนนในแต่ละวาระ หรือหากบางวาระต้องใช้เวลาในการนับคะแนนมากกว่าปกติ  ประธานในที่ประชุมอาจขอให้มีประชุมดำเนินการพิจารณาในวาระอื่น ๆ ไปก่อน  เพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจนับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะแจ้งให้ที่ประชุมทราบรายละเอียดผลการนับคะแนนทันที
  1. บริษัทได้จัดให้มีตัวแทนของผู้สอบบัญชีที่มีความเป็นอิสระ เข้าร่วมประชุมด้วย และมีตัวแทนอาสาพิทักษ์สิทธิ์ผู้ถือหุ้นจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย
  2. บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมภายหลังจากประธานในที่ประชุมเปิดการประชุมแล้ว สามารถออกเสียงลงคะแนนได้ในวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้มีการลงมติ  และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่เข้าประชุมเป็นต้นไป  จึงอาจทำให้มีผู้ออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระไม่เท่ากันได้
  3. ในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็น  ข้อเสนอแนะ หรือซักถามในวาระต่าง ๆ อย่างอิสระก่อนการลงมติในวาระใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบข้อมูลและรายละเอียด  ในเรื่องดังกล่าวอย่างเพียงพอ  ทั้งนี้  ในวาระที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัยหรือข้อซักถาม  บริษัทได้จัดเตรียมบุคคลากรที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ให้คำตอบภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
  4. ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในปี 2559 ประธานที่ประชุมได้ขอให้มีการชุมพิจารณาตามลำดับในระเบียบวาระที่ได้กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุมที่ได้ส่งให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า  โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงลำดับวาระดังกล่าว  และไม่มีการขอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่นที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด
  5. บริษัทได้เปิดเผยมติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ให้สาธารณชนทราบถึงผลการลงคะแนนในแต่ละวาระผ่านระบบ SET Portal ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเผยแพร่บนเว็บไซด์ของบริษัทในวันประชุม  ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม
  6. บริษัทมีการบันทึกรายงานการประชุมอย่างครบถ้วน ประกอบด้วยข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ ได้แก่ รายชื่อกรรมการ

บริษัทและฝ่ายจัดการที่เข้าร่วมประชุม  ขั้นตอนและวิธีการลงคะแนนเสียง  มติที่ประชุม  ผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ  รวมถึงคำถาม  คำชี้แจงและความคิดเห็นของผู้ถือหุ้นที่เสนอในที่ประชุม  และจัดทำรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559  แล้วเสร็จภายใน 14 วัน  นับแต่วันประชุม  และได้ส่งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกระทรวงพาณิชย์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด  พร้อมทั้งได้เผยแพร่ในเว็บไซด์ของบริษัท

  1. ภายหลังการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ฝ่ายจัดการจะพิจารณาคำถามและข้อเสนอแนะของผู้ถือหุ้นที่รวบรวมได้จากการจัดประชุม  และเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม  รวมทั้งปรับปรุงการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในปีต่อไปให้ดียิ่งขึ้น  โดยข้อเสนอแนะจากผู้ถือหุ้นและแนวทางการดำเนินการของบริษัทมีดังนี้

 

ข้อเสนอแนะจากผู้ถือหุ้น แนวทางดำเนินการของบริษัท
1.เสนอให้กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

 

ปัจจุบันบริษัทฯ มีนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รั่ปชั่น  ประกาศไว้ในแบบรายงานข้อมูลประจำปี
2.เสนอให้บริษัทเข้าร่วมคณะจัดการโครงการของทางสมาคม

ส่งเสริมผู้ลงทุนไทยหรือCollective Action Coalition Agains Corruption (CAC)

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมหากมีโอกาส ซึ่งการพัฒนา

ในเรื่องนี้จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป

     

     2.หมวดการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทตระหนักถึงหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายทุกกลุ่ม  ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่  ผู้ถือหุ้นรายย่อย  ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา  นักลงทุนสถาบัน  ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย  หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ  ให้ได้รับสิทธิและการปฏิบัติที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง  เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น  ดังนี้

การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

            บริษัทได้กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่จะเสนอวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น  และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระล่วงหน้าในช่วงเวลา 3 เดือน

จนถึงวันสิ้นสุดรอบบัญชีประจำปีของบริษัท  โดยบริษัทได้เผยแพร่หลักเกณฑ์ดังกล่าวผ่านทางระบบ Set Portal ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  รวมทั้งเว็บไซต์ของบริษัท

สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559  บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทได้ตั้งแต่วันที่ 28  กันยายน  2559  – 31 ธันวาคม 2559  โดยสามารถส่งแบบเสนอวาระการประชุม และ หรือ แบบเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการ  พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด  ผ่านทางเลขานุการบริษัท  หรืออีเมล์ของกรรมการอิสระ ที่ www.rci.co.th  โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

การเสนอวาระการประชุม  บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายที่ถือหุ้น เสนอวาระการประชุมล่วงหน้า  ต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุม  และบริษัทจะแจ้งในหนังสือนัดประชุมว่า  เป็นวาระที่กำหนด โดยผู้ถือหุ้น  แต่หากคณะกรรมการบริษัทปฏิเสธไม่รับเรื่องที่ผู้ถือหุ้นเสนอเพื่อให้บรรจุเป็นวาระ  บริษัทจะชี้แจงเหตุลผลให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทราบ

สำหรับการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ  บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายเสนอชื่อบุคคลเพื่อพิจารณาเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทล่วงหน้า  จากนั้นจะเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาก่อนเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจาณาอนุมัติต่อไป

อย่างไรก็ดี  ในช่วงเวลาดังกล่าว  ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทเป็นการล่วงหน้าแต่อย่างใด

การกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองใช้สิทธิออกเสียงโดยการมอบฉันทะ 

            บริษัทได้ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในกรณีที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นได้ด้วยตนเอง  โดยการมอบฉันทะให้กรรมการอิสระที่ไม่มีส่วนได้เสียในวาระพิจารณาเลือกตั้งกรรมการเป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น  หรือบุคคลใดๆเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงมติแทนตนเองได้  โดยใช้หนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งบริษัทได้จัดส่งหนังสือมอบฉันทะจำนวน 2 แบบ  รวมถึงเอกสารและหลักฐานที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้องแสดงก่อนเข้าร่วมประชุม  วิธีการมอบฉันทะ  และการลงทะเบียน  ไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น  ซึ่งได้มีการส่งทางไปรษณีย์ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 21 วันก่อนวันประชุม  และมีการเผยแพร่เอกสารดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  เป็นการล่วงหน้าก่อนวันประชุมมากกว่า 28 วัน

 

การมอบหมายให้กรรมการอิสระเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น

            กรรมการอิสระเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการ  บริษัทจึงตระหนักถึงความสำคัญในการทำหน้าที่ของกรรมการอิสระเพื่อสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น  หรือคัดค้านเมื่อเห็นว่ากระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ถือ

หุ้นบริษัทจึงจัดให้มีช่องทางสำหรับผู้ถือหุ้นในการเสนอแนะ  แสดงความคิดเห็น  หรือแจ้งข้อร้องเรียนมายังกรรมการอิสระ  ผ่านอีเมล์ www.rci.co.th  ซึ่งกรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมในแต่ละเรื่อง อาทิ การตรวจสอบเท็จ

จริง และหาวิธีการเยียวยาเหมาะสม  หรือกรณีเป็นข้อเสนอแนะที่กรรมการอิสระพิจารณาแล้ว  มีความเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม  หรือมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท  กรรมการอิสระจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น  ซึ่งในปี 2559  ที่ผ่านมายังไม่มีผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นหรือแจ้งข้อร้องเรียนใด ๆ

 

การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน

            บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท ที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน หรือข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท  เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ  โดยกำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider  Trading) เป็นลายลักษณ์อักษร  เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งหมายถึง  คณะกรรมการบริษัท  คณะจัดการอาร์ซีไอ  และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล  รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว  โดยมีแนวปฎิบัติดังนี้

 

  • ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร  และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล  รวมทั้งคู่สมรสและบุตร  ที่ยังไม่บรรลุ

นิติภาวะของบุคคลดังกล่าว  ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท ก่อนมีการเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปี

ทั้งนี้  บริษัทได้กำหนดให้มีการสอบทานการซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ  และห้ามมิให้พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงินเปิดเผยงบการเงินให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงินทราบในช่วงตั้งแต่วันปิดงวดของงบการเงินจนถึงวันที่เปิดเผยงบการเงินดังกล่าว

 

นอกจากนี้  ในกรณีที่ทราบข้อมูลใด ๆ ที่ยังไม่เปิดเผยซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท  ต้องไม่ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท จนกว่าจะพ้นระยะเวลา  24  ชั่วโมง  นับแต่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลนั้นสู่สาธารณะทั้งหมดแล้ว

  • กรรมการและผู้บริหาร ตามนิยามของ ก.ล.ต. (“ผู้บริหารระดับสูง”) จะต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป็นครั้งแรก (แบบ 59-1)โดยยื่นต่อ ก.ล.ต. ภายใน 30 วันทำการนับจากวันที่ดำรงตำแหน่ง  และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครอง หลักทรัพย์ของบริษัทเมื่อมีการซื้อ ขาย โอน  หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัท (แบบ59-2 ) ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้  คณะกรรมการได้ติดตามผลการปฎิบัติตามมาตรการดังกล่าว  โดยกำหนดให้มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ดังกล่าว  ให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบทุกครั้ง  และเปิดเผยข้อมูลจำนวนหุ้นที่ถือ ณ ต้นปี  สิ้นปี  และที่มีการซื้อขายระหว่างปีของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง  ทั้งทางตรงและทางอ้อมไว้ในรายงานประจำปี

ทั้งนี้ในปี  2559  ที่ผ่านมา  ไม่ปรากฎการกระทำความผิดของกรรมการ  ผู้บริหารระดับสูงและ พนักงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายในแต่อย่างใด

 

การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการจัดการเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึงคณะกรรมการบริษัท  คณะจัดการอาร์ซีไอ  และพนักงานอย่างรอบคอบ  เป็นธรรม  และโปร่งใส  โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและแนวปฎิบัติต่าง ๆ ในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์  ดังนี้

  • กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง

ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย  เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงเป็นครั้งแรก  และรายงานทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการมีส่วนได้เสีย  รวมถึงรายงานเป็นประจำทุกสิ้นปี

ทั้งนี้  เลขานุการบริษัทจะต้องจัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียดังกล่าวให้แก่ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบทราบ ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่บริษัทได้รับรายงาน  เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ 2535  และเพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าวในการตรวจสอบและป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  • มีการเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อย บริษัทร่วม กิจการที่มีอำนาจควบคุมร่วมกัน  และบริษัทอื่น

อย่างชัดเจน รวมทั้งผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจเพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่า  บริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นที่ชัดเจน  โปร่งใส  ไม่มีการถือหุ้นไข้วกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่  จึงไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

  • ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท หากกรรมการบริษัทคนหนึ่งคนใดมีส่วนได้เสียกับผลประโยชน์ในเรื่องที่

กำลังมีการพิจารณา  กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะต้องไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องนั้น  โดยอาจไม่เข้าร่วมประชุม หรือ

งดออกเสียง  เพื่อให้การตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างยุติธรรม  เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง

  1.     หมวดบทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทมีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม และถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม  มีการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการสร้างคุณค่าร่วมกัน ระหว่างองค์กร และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย  เพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน  โดยมีคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำกับดูแลให้มีการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด  และตามที่ได้กำหนดไว้เป็นแนวทางในหลักบรรษัทภิบาลอาร์ซีไอ และนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  รวมถึงดูแลให้มั่นใจได้ว่าสิทธิดังกล่าวได้รับความคุ้มครองและได้รับการปฏิบัติด้วยความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด  ทั้งนี้  สามารถสรุปแนวทางการปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้

3.1) ผู้ถือหุ้น  

บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของบริษัท  จึงกำหนดให้คณะกรรมการในฐานะตัวแทนของผู้ถือหุ้น  รวมทั้งผู้บริหารและพนักงานของบริษัท  มีหน้าที่ต้องดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล  และอุดมการณ์อาร์ซีไอ  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

บริษัทเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นและตระหนักถึงหน้าที่ในการดูแลผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม  ทั้งสิทธิขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัท  อาทิ  สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น  การเสนอวาระการประชุมล่วงหน้า  การเลือกตั้งกรรมการ  สิทธิที่จะได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม  รวมถึงยังให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ  เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทผ่านกรรมการอิสระ  โดยทุก ๆ ข้อคิดเห็นจะได้รับการรวบรวมเพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไป

3.2)พนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญในคุณค่าของพนักงาน   โดยตระหนักว่าพนักงานเป็นทรัพยากรอันมีค่าในการขับเคลื่อนบริษัทให้ประสบความสำเร็จ  บริษัทจึงมุ่งมันที่จะดูแลและสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่พนักงานอย่างดีที่สุด  รวมถึงคำนึงถึงความ

หลากหลายด้านวัฒนธรรมและค่านิยมของแต่ละท้องถิ่น  ตลอดจนการกำหนดแนวปฎิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนต่างๆ  เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านสิทธิมนุษยชน  แรงงาน  สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการคอร์รัปชั่น

ด้านการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร   บริษัทได้ปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร  โดยส่งเสริมให้พนักงานกล้าคิด และพร้อมปรับตัวเพื่อการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศให้พนักงานทุกระดับ  ด้วยวิธีการอบรมวัฒนธรรมองค์กรอาร์ซีไอ  โดยใช้หลักสูตร

TRSB   กล่าวคือ Team  :  การทำงานเป็นทีมและด้วยความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  , Respect : การเคารพในศักยภาพของแต่ละบุคคล ,Service : การมุ่งมั่นในการให้บริการที่เยี่ยมต่อลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กร , Best : การปฎิบัติงานด้วยแนวคิดเพื่อสร้างคุณภาพที่ดีเยี่ยมทุกครั้ง

ด้านการพัฒนาความรู้ความสามารถ   เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนขององค์กร และพนักงาน  บริษัทส่งเสริมให้พนักงานมีความสามารถทั้งในด้านธุรกิจ  ความเป็นผู้นำ  และการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น  การสืบทอดวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง  และมีการมีผู้นำในทุกระดับที่มีความสามารถ  มีคุณธรรม  จริยธรรม  และพร้อมนำพาบริษัท  ไปสู่เป้าหมายธุรกิจที่วางไว้ เช่น การนำหลักสูตรการบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2008 , หลักสูตรการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย OHSAS 18001: 2007 , หลักสูตรระบบการจัดการพลังงาน ISO 5001: 2001

ด้านกิจกรรมพนักงาน  บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ  โดยจัดกิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพในปี 2559  อาทิเช่น  กิจกรรมบริจาคโลหิต ,กิจกรรมทำบุญใส่บาตร , กิจกรรมชมรมแบตมินตัน

ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน  บริษัทมีนโยบายการจ่ายผลตอบแทนให้พนักงานทุกระดับอย่างเหมาะสม  ทั้งในระยะสั้นที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทแต่ละปี  สอดคล้องกับการจ่ายผลตอบแทนของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน  มีการสำรวจการจ่ายค่าจ้างและผลตอบแทนของพนักงานทุกระดับกับองค์กรภายนอก  รวมทั้งนำดัชนีราคาผู้บริโภคจากหน่วยงานของรัฐมาพิจารณาปรับปรุงการจ่ายค่าจ้างและผลตอบแทนเป็นประจำ และในระยะยาวที่มีการวัดผลการปฎิบัติงานและศักยภาพของพนักงานไว้อย่างชัดเจน  โดยบริษัทจะจ่ายผลตอบแทนอย่างเหมาะสมแก่พนักงานที่มีความรู้ความสามารถสูง  รวมทั้งจัดให้มีการเติบโตตามสายอาชีพ (Career Growth) อันสอดคล้องกับแผนทดแทนตำแหน่งงานของบริษัท (Succession Plan) นอกจากการจ่ายผลตอบแทนแล้ว  บริษัทได้มีการดูแลในเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่พนักงานอย่างเหมาะสม  โดยมีการทบทวนการจัดสวัสดิการต่างๆ  อย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  เช่น  การให้ค่ารักษาพยาบาลและค่าทันตกรรม  การตรวจสุขภาพประจำปี เบี้ยเลี้ยง  ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เป็นต้น

นอกจากนี้   บริษัทได้จัดให้มีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับกระทรวงการคลัง  ตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  พ.ศ.2530  สำหรับพนักงานของบริษัท  โดยพนักงานที่เป็นสมาชิกจะจ่ายสะสมเป็นรายเดือนเข้ากองทุนในอัตราร้อยละ 2 ของค่าจ้างของพนักงาน   และบริษัทจะจ่ายสมทบเป็นรายเดือนเข้ากองทุนนี้ในอัตราร้อยละ 2  ของค่าจ้างของพนักงาน  โดยในปี 2559  รัฐเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถจ่ายสะสมมากกว่าร้อยละ 2-15 ของค่าจ้างของพนักงานได้ เพื่อเป็นการออมเงินสะสมระยะยาว

ด้านสิ่งแวดล้อม  สุขภาพ  และความปลอดภัย  บริษัทมีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม  สุขภาพ  และความปลอดภัยของพนักงาน  และมุ่งมั่นปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องดังกล่าวกับพนักงานและผู้เกี่ยวข้องให้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางจรรยาบรรณอาร์ซีไอที่วางไว้  โดยมีการฝึกอบรมและให้ความรู้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้

บริษัทยังได้ให้ความสำคัญอย่างมากในการปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการต่าง ๆ ที่เป็นมาตรฐาน  เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีในระดับสากล

สำหรับด้านความปลอดภัยในชีวิตและสุขอนามัยพนักงาน  บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญเสมอมา  โดยถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงองค์กร   จึงทำให้บริษัทมีการดำเนินการ   ในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง   ตั้งแต่การกำหนดไว้ใน

จรรยาบรรณอาร์ซีไอ   ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ดี (OHSAS 18001: 2007)  โดยมุ่งหวังที่จะสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้น

3.3) ลูกค้า

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบสินค้า  และบริการที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า  ทั้งด้านคุณภาพและราคาที่เป็นธรรม  โดยสินค้าและบริการจะต้องมีความปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล  เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  และเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและได้รับพึงพอใจสูงสุด และได้จัดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสินค้าและบริการ  รวมถึงการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา  การบริการหลังการขาย  รวมถึงรับข้อร้องเรียนเมื่อเกิดปัญหา  เพื่อนำข้อเสนอแนะไปจัดทำเป็นแผนงานสำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีมากขึ้น

บริษัทมีกระบวนการบริหารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า  จึงได้มีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปี  เพื่อวัดระดับความคาดหวัง  และความพึงพอใจของลูกค้า  เพื่อรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า (Customer  Feedback ) ส่งผลให้มีระบบศูนย์กลางฐานข้อมูลลูกค้าสำหรับการขายและการให้บริการ  รวมทั้งยังมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า  เพื่อเรียนรู้ความต้องการของลูกค้าและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

3.4) คู่ค้า / คู่แข่งธุรกิจ

                  บริษัทปฎิบัติตามกรอบการแข่งขันทางการค้าที่สุจริต  โปร่งใส  โดยยึดถือการปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าและสัญญาที่กำหนด  จรรยาบรรณอาร์ซีไอ  และคำมั่นที่ให้ไว้กับคู่ค้าอย่างเคร่งครัด  โดยมีการพิจารณาราคาซื้อที่เหมาะสมและยุติธรรม  โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลด้านราคา  คุณภาพ  และบริการที่ได้รับ  มีการกำหนดระเบียบในการจัดหา  และการดำเนินการต่าง ๆ ที่ชัดเจน  ไม่เรียกหรือรับทรัพย์สิน  หรือผลประโยชน์ใด ๆ จากคู่ค้า  สนับสนุนการจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้ากับคู่ค้าที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน  หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญหา  และไม่ทำธุรกิจกับคู่ค้าที่มีพฤติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม  และบริษัทจะไม่ทำธุรกรรมกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย  หรือมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต  และมีการเผยแพร่นโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นในเว็บไซต์ของบริษัท

 3.5) ผู้ร่วมลงทุน 

                  บริษัทเคารพซึ่งสิทธิของผู้ร่วมทุนและปฎิบัติต่อผู้ร่วมทุนทุกรายอย่างเป็นธรรม  ไม่เอาเปรียบผู้ร่วมทุน  ตลอดจนให้ความร่วมมืออย่างดีกับผู้ร่วมลงทุนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของกิจการร่วมทุนให้มีความแข็งแกร่ง  สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ข้อเสนอแนะ  และร่วมกันพิจารณากำหนดแผนธุรกิจ  ร่วมกันพิจารณาจัดสรรผลประโยชน์อย่างเหมาะสม  รวมทั้งติดตามและผลักดันให้การดำเนินงานของกิจการร่วมทุนเป็นตามกรอบของกฎหมายและแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ทั้งนี้  เพื่อให้การดำเนินงานของกิจการร่วมทุนประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกิจการร่วมทุน

3.6) เจ้าหนี้  

                   คณะกรรมการบริษัท  คำนึงถึงความเสมอภาคของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  ความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ  และยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความเชื่อถือและเป็นธรรมให้กับเจ้าหนี้  โดยมีนโยบายและแนวทางปฏิบัติต่อเจ้าหนี้  ดังนี้

  1. ปฏิบัติตามสัญญาและเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด  ทั้งในแง่ของการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย การดูแลหลักทรัพย์ค้ำประกัน  รวมถึงภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
  2. ในกรณีที่ไม่สามารถปฎิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง หรือมีเหตุทำให้ผิดนัดชำระหนี้  ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบโดยไม่ปกปิดข้อเท็จจริง  เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขโดยใช้หลักความสมเหตุสมผล
  3. บริหารจัดการเงินทุนให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท และรักษาความเชื่อมั่นต่อเจ้าหนี้
  4. มุ่งมั่นในการรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับเจ้าหนี้และให้ความเชื่อถือซึ่งกันและกัน

3.7) ชุมชน

บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย    และถือมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจที่รับผิด

ชอบต่อสังคม  โดยมุ่งสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต  และเสริมสร้างประโยชน์ของชุมชนและสังคม  ส่งเสริมให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีที่มีหน้าที่รับผิดชอบและทำประโยชน์ให้กับชุมชุนและสังคม  นอกจากนี้  ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ  รวมทั้งเสนอความคิดเห็น  ข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียนที่เป็นผลมาจากการดำเนินงานของบริษัท  โดยมุ่งหวังให้อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน  อาทิเช่น  การมอบทุนการศึกษาให้แก่ชุมชนและบุตรพนักงาน   โครงการบำบัดน้ำเสียภายในโรงงานก่อนปล่อยลงสู่คลองสาธารณะ ,โครงการลอกเลนระบายน้ำของบริษัท , โครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงอุตสาหกรรม  ,กิจกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปฎิบัติการสีเขียว (Green Activity ระดับ 2)

3.8) หน่วยงานราชการ 

บริษัทให้ความสำคัญกับหน่วยงานราชการในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย  โดยได้กำหนดแนวปฎิบัติในการทำธุรกรรม

กับรัฐไว้ในจรรยาบรรณอาร์ซีไอ  และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น  โดยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบปฎิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด  ซึ่งอาจมีเงื่อนไข  ขั้นตอน  หรือวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น  และต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจจูงใจให้พนักงานในหน่วยงานราชการมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม  รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ  ทั้งทางด้านวิชาการและการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็น  ข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการ

 3.9) สื่อมวลชน   

                  บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่สื่อมวลชน  เพื่อให้สามารถสื่อสารต่อไปยังสาธารณชนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์  โดยให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลอย่างรวดเร็ว  ถูกต้อง  เปิดเผย  โปร่งใส  นอกจากนี้  ยังกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับสื่อมวลชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดี

กับสื่อมวลชน  อาทิ กิจกรรมเยี่ยมชมกิจการและโรงงาน  การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน  กิจกรรมตามความสนใจของสื่อมวลชน  การเข้าพบสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง  และการร่วมสนับสนุนกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมเพื่อสังคมของสื่อมวลชน

3.10)  คู่แข่ง 

บริษัทดำเนินธุรกิจโดยมีนโยบายในการปฏิบัติต่อคู่แข่งอย่างยุติธรรม  ตามกรอบการแข่งขันทางการค้าที่สุจริต

โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของกฎหมายและจรรยาบรรณอาร์ซีไออย่างมีจริยธรรม   โปร่งใส  รวมทั้งไม่เอาเปรียบคู่แข่งด้วยวิธีการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม  ไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของคู่แข่ง  ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งด้วยการกล่าวหาในทางร้าย   ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการค้าอย่างเสรี

3.11)ภาคประชาสังคม   นักวิชาการ  ผู้นำความคิด

                บริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม  มีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่ครบถ้วน  ถูกต้อง  โปร่งใส  และสามารถตรวจสอบได้  อีกทั้งยังตระหนักถึงความสำคัญของมุมมอง  ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มาจากภาคประชาสังคม  เพื่อนำมาสะท้อนถึงประเด็นต่างๆ ที่องค์กรสามารถพัฒนาเพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้แก่สังคม  โดยมุ่งเน้นการดูแลและสร้างคุณค่าให้กับสังคม  ชุมชน  รวมทั้งการขยาย

ผลสู่อุตสาหกรรม  เพื่อให้เกิดแนวทางร่วมกันในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน

ช่องทางการติดต่อของผู้มีส่วนได้เสีย

                 บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการเสนอแนะความคิดเห็นผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ ซึ่งเสนอแนะต่าง ๆ จะได้รับการรวบรวม  กลั่นกรอง  เพื่อรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการตามลำดับต่อไป

เลขานุการบริษัท / นักลงทุนสัมพันธ์   อีเมล์ : butsakorn.n@rci.co.th 

บริษัทได้เปิดช่องทางให้พนักงาน  รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียภายนอกสามารถติดต่อ  เสนอความคิดเห็น  ร้องเรียน

และรายงานการกระทำที่ไม่ถูกต้อง  ผ่านช่องทาง Helping Line (Opinion Box)  และเว็บไซต์  www.rci.co.th  สำหรับผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการดังต่อไปนี้

  • พนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียเสนอความคิดเห็นผ่านช่องทางที่กำหนด โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องถือเป็นความลับและจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็น  บริษัทมีมาตรการในการคุ้มครองผู้ให้เบาะแสหรือผู้ร้องเรียน  โดยการดำเนินการตรวจสอบโดยไม่เปิดเผยตัวผู้ร้องเรียน  หรือแหล่งข้อมูล  นอกจากนี้ผู้ร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมได้  หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้ร้องเรียนไม่ต้องร้องขอ  หากเห็นว่า  เป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหาย  หรือความไม่ปลอดภัย
  • ผู้ได้รับมอบหมายรับเรื่องร้องเรียนเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้และตรวจสอบถึงข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยดำเนินการอย่างรัดกุมเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง  ภายใน 30 วัน  ทั้งนี้จะมีการรายงานความคืบหน้าให้กับผู้แจ้งเรื่องทราบในกรณีที่สามารถระบุผู้ให้ข้อมูลได้
  • ในกรณีที่พบว่ามีความผิดเกิดขึ้นจริง จะกำหนดให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน  เพื่อตัดสินและพิจารณาลงโทษ  และรายงานเรื่องทุจริตและข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการตรวจสอบ  และคณะกรรมการบริษัทต่อไป

 

ในกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียต้องการติดต่อกับคณะกรรมการโดยตรง  โดยไม่ผ่านฝ่ายจัดการ  เพื่อร้องเรียน กรณีถูกละเมิดสิทธิ  รายงานการทุจริต  การทำผิดกฎหมายหรือจรรยาบรรณ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับผู้บริหาร  สามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการบริษัทผ่านกรรมการอิสระที่อีเมล์  : butsakorn.n@rci.co.th

 

4.หมวดการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทให้ความสำคัญเรื่องการเปิดเผยสารสนเทศ  เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย  จึงมีความจำเป็นที่ต้องการควบคุม  และกำหนดมาตรการในการเปิดเผยสารสนเทศทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงินและที่ไม่ใช่ทางการเงินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด  โดยมีสาระสำคัญครบถ้วนเพียงพอ  โปร่งใน  เชี่อถือได้  และทันเวลา  ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  โดยเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ SET Portal  ของตลาดหลักทรัพย์ฯ  และเว็บไซต์ของบริษัท

 

นอกจากนี้  คณะกรรมการบริษัทยังคงยึดมั่นแนวปฎิบัติเรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท  เพื่อเป็นการจัดระเบียบการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทให้เป็นระบบ  และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการเปิดเผยข้อมูลอย่างไม่ถูกต้อง  รวมทั้งเพื่อให้ผู้ถือหุ้น  นักลงทุน  สาธารณชน  หรือผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ มั่นใจได้ว่าการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทมีความถูกต้อง  ชัดเจน  สอดคล้องกับกฎหมาย  และเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน  โดยได้กำหนดให้มีบุคคลที่มีสิทธิเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะ  กำหนดแนวปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูลประเภทต่าง ๆ สู่สาธารณะ  และกำหนดช่วงเวลาที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษก่อนกำหนดเวลาที่จะเปิดเผยข้อมูลสำคัญออกสู่สาธารณะ

 

บริษัทยึดถือปฎิบัติตามกฎหมาย  กฎเกณฑ์  ข้อบังคับต่างๆ ที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  (ก.ล.ต) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และหน่วยงานอื่นของรัฐ  อย่างเคร่งครัดและติดตามการ

แก้ไขเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากฎหมาย  กฎเกณฑ์  ข้อบังคับที่บริษัทถือปฎิบัตินั้นมีความถูกต้อง  และเป็นหลักประกันให้ผู้ถือหุ้นเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส  ถูกต้อง และตรงไปตรงมา  อาทิ

1.จัดทำแบบรายงานต่าง ๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารระดับสูง  และรายงานต่อ ก.ล.ต ดังนี้

1.1 รายงานการถือหลักทรัพย์ของริษัทเมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป็นครั้งแรก (แบบ 59-1) ภายใน 30 วันทำการนับแต่ดำรงตำแหน่ง

1.2 รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัทเมื่อมีการ  ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัท (แบบ 59-2) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

1.3  การแสดงชื่อบุคคลในระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์(แบบ 35E-1 ) ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ดำรงตำแหน่ง

2.กำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง  ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย  โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการรายการงาน  ดังนี้

  • รายงานเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงเป็นครั้งแรก
  • รายงานทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการมีส่วนได้เสีย
  • รายงานเป็นประจำทุกสิ้นปี
  • ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งและได้กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการใหม่โดยต่อเนื่อง กรรมการคนนั้นไม่ต้องยื่นแบบรายงานใหม่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการมีส่วนได้เสีย
  • ให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงส่งแบบรายงานการมีส่วนได้เสียแก่เลขานุการบริษัท และเลขานุการ

บริษัทจะต้องส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียนี้ ให้ประธานกรรมการ  และประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายใน 7 วันทำการ  นับแต่วันที่ได้รับรายงาน

  1. ในปี 2559 คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้กรรมการต้องเปิดเผย / รายงานการซื้อ-ขาย / ถือครองหุ้นสามัญของบริษัทให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบ รวมทั้งการถือหุ้นสามัญของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวให้คณะกรรมการบริษัททราบ
  2. จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน และแสดงไว้คู่กับรายงานผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี
  3. เปิดเผยข้อมูลการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน  ทันเวลา
  4. เผยแพร่หนังสือนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และรายงานประจำปีภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี
  5. เผยแพร่รายงานการประชุมสามัญผู้ถืหุ้นครั้งล่าสุดไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท
  6. เปิดเผยบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ จำนวนครั้งของการประชุมและจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละคนเข้าประชุมเป็นรายบุคคล
  7. เปิดเผยวันเดือนปี ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทในรายงานประจำปี
  8. เปิดเผยวิธีการสรรหากรรมการและวิธีการประเมินผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการ
  9. เปิดเผยการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งรูปแบบ  ลักษณะ และจำนวนค่าตอบแทนที่กรรมการแต่ละคนได้รับจากการเป็นกรรมการในคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ เป็นรายบุคคล
  10. เปิดเผยข้อมูลการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรของกรรมการที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

เป็นรายบุคคล

  1. เปิดเผยโครงสร้างการดำเนินงานและการลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม  กิจการที่ควบคุมร่วมกัน  และบริษัท

อื่น ๆ อย่างชัดเจน

  1. เปิดเผยค่าสอบบัญชี และค่าบริการอื่นนอกเหนือจากสอบบัญชีในรายงานประจำปี
  2. เปิดเผยหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทบนเว็บไซต์ของบริษัท
  3. เปิดเผยกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ และกำกับดูแลกิจการ
  4. เปิดเผยนโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี
  5. เปิดนโยบายตรวจสอบ และควบคุมภายใน
  6. เปิดนโยบายบริหารความเสี่ยง
  7. เปิดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
  8. เปิดเผยโครงการลงทุนที่สำคัญต่างๆ และผลกระทบที่มีต่อโครงการลงทุน โดยเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ SET Portal  ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของอาร์ซีไอ  เพื่อให้ผู้ถือหุ้น  นักลงทุน  สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และโปร่งใส

ช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัท

บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง  ครบถ้วน  โปร่งใส  ทั้งข้อมูลทางการเงิน  ผลการดำเนินงาน  และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  นอกจากการเปิดเผยข้อมูลตามหน้าที่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายแล้ว บริษัทยังได้

พัฒนาช่องทางในการสื่อสารข้อมูลและข่าวสารผ่านสื่อที่หลากหลายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น

  1. จัดให้มีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อเป็นช่องทางติดต่อโดยตรงกับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  2. จัดกิจกรรมพบพนักงานเพื่อชี้แจงนโยบาย และแนวทางการดำเนินธุรกิจ
  3. จัดโครงการเยี่ยมชมกิจการและโรงงาน ให้แก่ผู้ถือหุ้น  นักลงทุน  นักวิเคราะห์  นักวิชาการ  ชุมชน  สื่อมวลชน

และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ

4.เผยแพร่ข่าวผ่านสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ  อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์  ภาพข่าว  บทความ สื่อโฆษณาและ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ  โครงการเพิ่มยอด Like กระจายยอดแชร์กับ 4 ช่องทาง  คือ  1) Facebook People (RCI Tile) ,2) Facebook Fanpage (rci Tile) , 3) Instagram (rci_tile), 4) Website (www.rci.co.th)

5.จัดทำสิ่งพิมพ์และสื่ออื่น ๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัท  อาทิ รายงานประจำปี  วารสารผู้แทนจำหน่ายกระเบื้อง

หนังสือบ้านและสวน , The Terrace , Room  Interni , Day Beds.

6.เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารถึงพนักงานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อาทิ อีเมล์ และโซเชียลมีเดีย

7.เปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์  www.rci.co.th และโซเชียลมีเดีย

 

หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์

หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท  ได้ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนสถาบัน  นักลงทุนรายย่อย  ผู้ถือหุ้นรวมทั้งวิเคราะห์  และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม  โดยหากผู้ถือหุ้นต้องการข้อมูลเพิ่มเติม  สามารถติดต่อโดยตรงที่หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์

ที่อยู่ บมจ. โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม อาคารบริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค เลขที่ 37/7  ถนนสุทธิสารวินิจฉัย  แขวง

สามเสนนอก เขตห้วยขวาง  กรุงเทพฯ 10310  โทรศัพท์ 0-2276-9275-80 โทรสาร 0-2643-0948-9 butsakorn.n@rci.co.th

 

    5.หมวดความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

5.1  โครงสร้างคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท  ประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถ  เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของบริษัท  โดยร่วมกับผู้บริหารระดับสูงวางแผนการดำเนินงาน ทั้งระยะสั้น ระยะยาว  ตลอดจนกำหนดนโยบายการเงิน  การบริหารความเสี่ยง  และภาพรวมขององค์กร มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานบริษัท  และผลการปฎิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ

ข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า 5  คน และไม่ควรเกิน 15 คน ซึ่งแต่งตั้งและถอดถอนโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น  ดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1. นางสาวปวีณา  เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานกรรมการ
2. นายสมบูรณ์     อุรานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
3. นายสุทิน          ยุทธนาวราภรณ์ กรรมการผู้จัดการ
4. นายธีราสิทธิ์     แสงเงิน กรรมการ
5. นายสันติ          ปิยะทัต กรรมการ
6.นายสุพจน์        แก้วมณี กรรมการ
7. นางศิริสุข         ฮุนตระกูล ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ
8. นางภวัญญา    กฤตชาติ กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ
9. นายณัฐพงศ์     โปษกะบุตร กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ

 

คณะกรรมการบริษัท  ประกอบไปด้วยกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 3 คน  คือ ประธานกรรมการ , ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร , กรรมการผู้จัดการ และกรรมการไม่เป็นผู้บริหาร 6 คน  ซึ่งกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัท หรือในภาคอุตสาหกรรม  หรือการจัดการที่เป็นประโยชน์กับการบริหารกิจการของบริษัท

รายละเอียดตามปรากฎตามประวัติคณะกรรมการบริษัทในรายงานประจำปี

บริษัทมีกรรมการอิสระจำนวน  3 คน  โดยกรรมการอิสระจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายจัดการ  เสนอแนะและแสดงความคิดเห็น  สนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น  หรือคัดค้านแนวทางที่อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม  หรือไม่โปร่งใส  ซึ่งอาจกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น  และผู้มีเสียได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ดูแลให้บริษัทกำหนดและเปิดเผยนโยบายด้านการดูแลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน  เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น

5.2 ขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท   ให้คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.บริหารกิจการให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น (Fiduciary Duty) โดยยึดถือแนวปฏิบัติสำคัญ 4 ประการคือ

1.1 การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ  ระมัดระวังและรอบคอบ (Duty of Care)

1.2 การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty)

1.3 การปฎิบัติตามกฎหมาย  วัตถุประสงค์  ข้อบังคับของบริษัท  มติคณะกรรมการบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

(Duty of Obedience)

1.4 การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง  ครบถ้วนโปร่งใส  ตรวจสอบได้และทันเวลา (Duty of Disclosure)

2.กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยมีการทบทวนและอนุมัติเป็นประจำทุกปี

3.พิจารณาแผนหลักในการดำเนินงาน  งบประมาณ  เป้าหมายและนโยบายในการดำเนินธุรกิจ  ตลอดจนพัฒนาขีดความ

สามารถของบริษัทให้แข่งขันได้ในระดับสากล

4.ติดตามดูแลให้มีการนำกลยุทธ์ของบริษัทไปปฏิบัติ และติดตามการวัดผลการดำเนินงาน  โดยกำหนดให้มีการรายงาน

ผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งให้นโยบายเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของธุรกิจ โดยคำนึงถึง

ความปลอดภัยและสุขอนามัย  ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม  ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรของบริษัท

5.อุทิศเวลาโดยไม่แสดงหาผลประโยชน์แก่กรรมการหรือผู้หนึ่งผู้ใด  และไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการขัดแย้งหรือแข่งขัน

กับผลประโยชน์ของบริษัท

6.จัดการบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์  ข้อบังคับของบริษัท  มติคณะกรรมการบริษัท  และมติของที่ประชุมผู้

ถือหุ้น ด้วยความรับผิดชอบ  ระมัดระวังและรอบคอบ  และความซื่อสัตย์สุจริต  เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท  และเป็น

ธรรมต่อผู้เกี่ยวข้อง

7.กำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยง และกำกับดูแลให้มีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผล รวมทั้งมีการทบทวนและ

ประเมินระบบการจัดการความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ  และเมื่อระดับความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลง

8.กำกับดูแลและพัฒนาบรรษัทภิบาลของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ  ติดตามให้มีการปฎิบัติ และเป็น

แบบอย่างในการปฎิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณอาร์ซีไอ

9.ส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีจิตสำนึกในจริยธรรมและคุณธรรม และปฎิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล จรรยาบรรณและ

นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของบริษัท   พร้อมทั้งกำกับดูแลให้มีระบบการควบคุมภายใน   และการตรวจสอบภายในที่

เหมาะสม  เพื่อลดความเสี่ยงด้านการทุจริตและการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง  รวมทั้งป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย

10.ดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อยตามสิทธิอย่างเป็นธรรม ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้

สิทธิในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของตนและได้รับข่าวสารอย่างถูกต้อง  ครบถ้วน  โปร่งใสตรวจสอบได้และทันเวลา

11.ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท  เคารพสิทธิและปฎิบัติต่อผู้ถือหุ้นแลผู้มีส่วนได้

เสียอื่น อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส  กำกับดูแลให้มีกระบวนการและช่องทางในการรับ และจัดการกับข้อร้องเรียนของ

ผู้ที่ประสงค์จะแจ้งเบาะแสหรือผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างชัดเจน  และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสามารถ

ติดต่อร้องเรียนในเรื่องที่อาจเป็นปัญหากับคณะกรรมการได้โดยตรง

12.พิจารณาแผนพัฒนาผู้บริหาร และกำกับดูแลให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารที่มีประสิทธิผลเป็นประจำ

ทุกปี  และมีระบบการกำหนดค่าตอบแทนแก่ผู้บริหารที่เหมาะสม  สอดคล้องกับผลการดำเนินงานเพื่อก่อให้เกิด

แรงจูงใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

13.ประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นการประเมินโดยรวม มิได้มุ่งที่กรรมการ

ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นรายตัว  รวมทั้งติดตามผลการประเมินของคณะกรรมการบริษัท และคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา

ร่วมกันในคณะกรรมการบริษัท

14.กำกับดูแลให้มีกระบวนการสรรหาและเลือกตั้งบุคคลเป็นกรรมการบริษัทอย่างโปร่งใส  และมีการกำหนดค่าตอบแทน

กรรมการและอนุกรรมการอย่างเหมาะสม

15.เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้น  เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย  โดยกรรมการบริษัทที่ไม่

สามารถเข้าร่วมประชุมจะต้องแจ้งให้ประธานกรรมการ   หรือเลขานุการคณะกรรมการบริษัททราบล่วงหน้าก่อนการ

ประชุม

16.พัฒนาความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เข้าอบรมหรือเข้าร่วมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ

หน้าที่กรรมการหรือกิจกกรรมสัมมนาที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

ในการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริษัทอาจขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาอิสระภายนอก  หรือผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพอื่น ๆ หากเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม

5.3 บทบาทหน้าที่ของประธานกรรมการ    ให้ประธานกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.พิจารณากำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ    และ

ดูแลให้กรรมการ  บริษัทได้รับข้อมูลอย่างถูกต้อง  ครบถ้วน  ชัดเจน  และทันเวลาก่อนการประชุม  เพื่อให้กรรมการ

บริษัทสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

2.เป็นผู้นำของคณะกรรมการบริษัท  และเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริษัท

2.1 ดำเนินการประชุมคณะกรรมการตามระเบียบวาระ  ข้อบังคับของบริษัท  และกฎหมาย

2.2 จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอ  และส่งเสริมให้กรรมการบริษัททุกคนอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่

เป็นอิสระ  และใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบ  โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน

2.3 สรุปมติที่ประชุมและสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างชัดเจน

2.4 กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท

3.เป็นผู้นำในการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามระเบียบวาระ ข้อบังคับของบริษัท  และกฎหมาย  โดยจัดสรรเวลาให้

เหมาะสม  รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน  และดูแลให้มีการตอบข้อซักถามของผู้ถือ

หุ้นอย่างเหมาะสมและโปร่งใส

4.สนับสนุนและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฎิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล  และจรรยาบรรณของบริษัท

5.เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการ  และสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

ผู้จัดการ และฝ่ายจัดการตามนโยบายของบริษัท

6.กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและการจัดการอย่างโปร่งใสในกรณีที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

7.กำกับดูแลให้คณะกรรมการบริษัทมีโครงสร้าง และองค์ประกอบที่เหมาะสม

8.กำกับดูแลให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม  คณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ และกรรมการบริษัทแต่ละ

คน  เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

9.กำกับดูแลให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม

5.4 อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจอนุมัติเรื่องต่างๆ  ของบริษัทตามขอบเขตหน้าที่ที่กำหนดโดยกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท

และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น  ซึ่งรวมถึงการกำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์  กลยุทธ์ในการดำเนินงาน  แผนหลักในการดำเนินงาน

นโยบายในการบริหารความเสี่ยง  แผนงบประมาณและแผนการดำเนินงานธุรกิจประจำปี  แผนธุรกิจระยะปานกลาง  การกำหนดเป้าหมายที่ต้องการของผลของการดำเนินงาน  การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้และการดูแลรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) การเข้าควบรวมกิจการ  การแบ่งแยกกิจการ  และการเข้าร่วมทุน

5.5  การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการ 

     บริษัทได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการบริษัทอย่างชัดเจน  โดยกรรมการบริษัททำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการบริษัท  ในระดับนโยบาย  ขณะที่ฝ่ายจัดการบริษัท  ทำหน้าที่บริหารงานในด้านต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่  ให้ดำเนินงานภายใต้นโยบายต่าง ๆ ที่กำหนดไว้รับผิดชอบผลการดำเนินงานโดยรวม  ควบคุมค่าใช้จ่ายและงบลงทุนตามขอบเขตที่คณะกรรมการอนุมัติในแผนงานประจำปี  ดำเนินการตามนโยบายด้านบุคคล  แก้ไขปัญหาหรือความขัดแย้งที่มีผลกระทบต่อองค์กร  และดำรงไว้ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

5.6 วาระดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

จำนวนปีที่ดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

ข้อบังคับของบริษัทได้กำหนดจำนวนปีที่ดำรงตำแหน่ง  ในแต่ละวาระของกรรมการบริษัทเป็นไปตาม  พระราชบัญญัติ

บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535  โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี กรรมการบริษัทต้องออกจากตำแหน่งจำนวน 1 ใน 3 ถ้าจำนวนกรรมการแบ่งออกให้ตรงเป็น 3 ส่วน ไม่ได้ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน  3 ทั้งนี้  กรรมการบริษัทที่จะต้องออกจากตำแหน่งนั้น  ให้พิจารณาจากกรรมการบริษัทที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่งก่อน  ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกรรมการทั้งสิ้นจำนวน 9 คน แต่ละคนจะดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี  อย่างไรก็ตาม  กรรมการบริษัทที่ออกไปนั้นอาจได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้

วาระการดำรงตำแหน่งติดต่อกันของกรรมการอิสระ

คณะกรรมการไม่มีนโยบายให้กรรมการดำรงตำแหน่งหลายบริษัทเกินไป  เพื่อให้มีประสิทธิภาพ  และอุทิศเวลาในการ

ทำงานได้อย่างเต็มที่  และดำเนินการให้มีการเปิดเผยข้อมูล  การดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระแต่ละคนให้ผู้ถือหุ้นทราบ

คณะกรรมการไม่มีนโยบายให้กรรมการผู้จ้ดการ  และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท  ไปดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทอื่น  ยกเว้นได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

5.7 การประเมินผลการปฏิบัติงานและการพัฒนาความรู้

            การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการ

บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานและทบทวนผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะอนุกรรมการต่างๆ  เป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

นอกจากนี้  บริษัทยังสนับสนุนให้กรรมการบริษัท  และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมสัมมนาหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่  รวมทั้งพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการบริษัท  และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่าง ๆ อยู่

เสมอ  และหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ  หรือองค์กรอิสระ  อาทิ หลักสูตรกรรมการบริษัทของสถาบันกรรมการบริษัทไทย ที่ ก.ล.ต. กำหนดให้กรรมการของบริษัทจดทะเบียนต้องผ่านการอบรมอย่างน้อยหนึ่งหลักสูตร ซึ่งได้แก่ Director  Certification  Program (DCP) Director Accreditation (DAP) และ Audit Committee Program (ACP) ทั้งนี้ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์พัฒนาองค์กรต่อไป

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นกรรมการบริษัท

            ในกรณีที่มีกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งรายใหม่  บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัท (Director  Induction Program) เพื่อให้กรรมการที่เข้ารับตำแหน่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเร็วที่สุด  โดยมีเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงานในเรื่องต่าง ๆ ด้านดังนี้

1) รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับกรรมการเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายใน

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ

2) จัดส่งข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกรรมการบริษัท เช่น หนังสือบริคณห์สนธิและ

ข้อบังคับบริษัท  คู่มือกรรมการบริษัท  คู่มือกรรมการบริษัทจดทะเบียน  สรุปผลการดำเนินงาน  เป็นต้น  เพื่อให้

กรรมการมีข้อมูลอ้างอิงและสามารถสืบค้นได้ในเบื้องต้น

3) จัดให้มีการพบปะหารือกับประธานกรรมการ  กรรมการบริษัท  ฝ่ายจัดการบริษัท  หรือผู้อำนวยการฝ่ายต่าง ๆ

เพื่อรับทราบ  และสอบถามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

       8.2 คณะกรรมการชุดย่อย

            คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ  ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ  คณะจัดการบริษัท เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่อง  และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาหรือรับทราบ  โดยกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ   ของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องชุดอื่นๆ ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้

1.คณะกรรมการตรวจสอบ

ประกอบด้วยกรรมการบริษัทที่เป็นกรรมการอิสระจำนวน 3 คน  โดยกรรมการตรวจสอบทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและมีประสบการณ์การทำงานด้านบัญชี  หรือการเงินที่เป็นที่ยอมรับ  โดยมีนางศิริสุข  ฮุนตระกูล  และนางภวัญญา  กฤตชาติ  เป็นกรรมการตรวจสอบที่เป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้  โดยทำหน้าที่สอบทานการดำเนินงานให้ถูกต้องตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับ  ตลอดจนกฎหมาย  ระเบียบปฏิบัติ  และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ส่งเสริมให้พัฒนาระบบรายงานทางการเงินและบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล  รวมทั้งสอบทานให้มีระบบการควบคุมภายใน  และระบบตรวจสอบภายใน  และระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม  เหมาะสม  ทันสมัย  และมีประสิทธิภาพ  โดยคณะกรรมการตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็นได้อย่าง

อิสระ  รวมทั้งมีการปรึกษาหารือกับผู้สอบบัญชี  ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและบัญชีเป็นประจำ  โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะมีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชี เพื่อขอความเห็นจากผู้สอบบัญชีในเรื่องต่าง ๆ

 

รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบ ตำแหน่ง
1. นางศิริสุข              ฮุนตระกูล ประธานกรรมการตรวจสอบ
2. นางภวัญญา         กฤตชาติ กรรมการตรวจสอบ
3. นายณัฐพงศ์        โปษกะบุตร กรรมการตรวจสอบ

 

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการตรวจสอบ

กรรมการตรวจสอบมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี  โดยครบรอบออกตามวาระในวันที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี  ทั้งนี้เมื่อครบกำหนดออกตามวาระก็อาจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกได้

ขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ    ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  1. 1. สอบทานให้มีระบบรายงานทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน

และตามที่กำหนดโดยกฎหมายอย่างโปร่งใส  ถูกต้องและเพียงพอ

2.ส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบรายงานทางการเงินให้ทัดเที่ยมกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ

3.สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน(Internal Audit)ที่เหมาะสมและมี

ประสิทธิผลตามวิธีการและมาตรฐานสากลที่ยอมรับโดยทั่วไป

  1. พิจารณา “แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน” ซึ่งสำนักงานตรวจสอบได้ตรวจสอบและ

ประเมินแล้ว  เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ  และนำเสนอคณะกรรมการบริษัท

พิจารณา

  1. สอบทานให้มีระบบงานเชิงป้องกันและเป็นประโยขน์ให้กับหน่วยงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ

ปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น

  1. สอบทานระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร
  2. สอบทานให้บริษัทมีกระบวนการควบคุมและติดตามการปฏิบัติงาน (Compliance) ตามกฎหมายว่าด้วย

หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ระเบียบ  ข้อบังคับและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

  1. สอบทานสรุปผลตรวจสอบทุจริตและกำหนดมาตรการป้องกันภายในองค์กร รวมทั้งสอบทานกระบวนการภายใน

ของบริษัทเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแสและการรับข้อร้องเรียน

  1. สอบทานความถูกต้องและประสิทธิผลของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมภายในรายงาน

การเงิน  การบริหารความเสี่ยงและเสนอแนะการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ

  1. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมาย  และ

ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  1. สอบทานและให้ความเห็นในการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจสอบภายในและประสานงานกับผู้สอบบัญชี
  2. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท  ซึ่งรายงานดังกล่าว

ต้องลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบและมีความเห็นในเรื่องต่างๆ  ตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ

  1. พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้งหรือเลิกจ้างบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่ผู้สอบบัญชีของบริษัท

รวมทั้งเสนอค่าตอบแทนและประเมินประสิทธิภาพการทำงานของผู้สอบบัญชีของบริษัท

  1. จัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  2. สอบทานให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบตามมาตรฐานสากล
  3. พิจารณาอนุมัติแผนงานตรวจสอบภายใน งบประมาณ และกำลังพลของสำนักงานตรวจสอบภายใน
  4. พิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายในโดยพิจารณาจากการปฏิบัติหน้าที่และรายงานต่างๆ

รวมทั้งสายการบังคับบัญชา

  1. สอบทานแบบประเมินตนเอง เกี่ยวกับมาตราการต่อต้านคอร์รัปชั่น ตามที่สำนักงานตรวจสอบได้ตรวจสอบ

และประเมินตนเองของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

  1. ปฎิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด หรือคณะกรรมการบริษัทจะมอบหมาย

ในการปฏิบัติงานตามขอบเขตอำนาจหน้าที่  ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจเรียก  สั่งการให้ฝ่ายจัดการ  หัวหน้าหน่วยงานหรือพนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น  ร่วมประชุมหรือส่งเอกสารตามที่เห็นว่าเกี่ยวข้องจำเป็น  รวมทั้งแสวงหาความเห็นที่เป็นอิสระจากที่ปรึกษาทางวิชาชีพอื่นใดเมื่อเห็นว่าจำเป็นด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัท

คณะกรรมการตรวจสอบปฏิบิตงานภายในขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบตามคำสั่งของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัทโดยตรงต่อผู้ถือหุ้น  ผู้มีส่วนได้เสียและบุคคลทั่วไป

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

1.หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบได้รับทราบกรณีที่ผู้สอบบัญชี  พบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการผู้จัดการ  หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์  และตลาดหลักทรัพย์ มาตรรา  311 มาตรา 312  หรือมาตรา 313  ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบในเบื้องต้น  ให้สำนักงาน  ก.ล.ต  และผู้สอบบัญชีทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี

2.ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ  หากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้

ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการของบริษัท  เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร

(1) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

(2) การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน

(3) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่

เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

หากคณะกรรมการบริษัทหรือคณะจัดการไม่ดำเนินการให้มีการแก้ไขปรับปรุงภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด  กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่ง  อาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำดังกล่าวต่อสำนักงานก.ล.ต หรือตลาดหลักทรัพย์

       8.3 การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

             สำหรับปี 2559 บริษัทยังมิได้จัดตั้งคณะกรรมการสรรหา  ซึ่งคณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาสรรหาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ  เพื่อทดแทนกรรมการที่ออกก่อนครบวาระ ซึ่งพิจารณาจากคุณสมบัติตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ  2535

ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้เสนอชื่อกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อสรรหากรรมการ โดยมีรายละเอียด  ประวัติส่วนตัว  ประวัติการทำงาน  และที่อยู่ที่ติดต่อได้  พร้อมหนังสือแสดงความยินยอมเป็นกรรมการ

บริษัทของบุคคลนั้น  และคณะกรรมการจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาต่อไป  โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้เลือกตั้งกรรมการจะใช้เสียงข้างมากและในการลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการถือว่าทุกคนมีคะแนนเสียงเท่ากับ 1 หุ้น ต่อ 1 เสียง

กรรมการอิสระ

        บริษัทมีกรรมการอิสระ จำนวน 3 ได้แก่ นางศิริสุข  ฮุนตระกูล  ,นางภวัญญา  กฤตชาติ , นายณัฐพงศ์  โปษกะบุตร

ข้อกำหนดคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัท

กรรมการอิสระ  (Independent Director) ของบริษัท  ต้องเป็นกรรมการที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

1.ถือหุ้นไม่เกิน 1% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท  บริษัทร่วม  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท  ทั้งนี้  ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย

2.ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน  ลูกจ้าง  พนักงาน  ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ  หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท  บริษัทใหญ่  บริษัทย่อย  บริษัทร่วม  บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2  ปี ก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้ง  ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ  หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท

3.ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต  หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย  ในลักษณะที่เป็นบิดา  มารดา  คู่สมรส  พี่น้อง  และบุตร  รวมทั้งคู่สมรสของบุตร  ของผู้บริหาร  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  ผู้มีอำนาจควบคุม  หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ  ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท  หรือบริษัทย่อย

  1. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย  บริษัทร่วม  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท  ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาน

อย่างอิสระของตน  รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย  หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท  บริษัทใหญ่  บริษัทย่อย  บริษัทร่วม  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ

ความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามวรรคหนึ่ง  รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติ  เพื่อประกอบกิจการ  การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์  รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ  หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน  ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม  ค้ำประกัน  การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน  รวมถึงพฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน  ซึ่งเป็นผลให้บริษัทหรือคู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง  ตั้งแต่ร้อยละ 3  ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัท  หรือตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป  แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้  การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่ารายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันโดยอนุโลม  แต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าว  ให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่าง  1 ปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน

5.ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท  บริษัทใหญ่  บริษัทย่อย  บริษัทร่วม  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท  และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย  ผู้มีอำนาจควบคุม  หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี  ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท  บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย  บริษัทร่วม  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้มีอำนาจของบริษัท  สังกัดอยู่เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ

6.ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริหารทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน  ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท  บริษัทใหญ่  บริษัทย่อย  บริษัทร่วม  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย  ผู้มีอำนาจควบคุม  หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย

เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ

7.ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

8.ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัท บริษัทย่อย  หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน  หรือเป็นกรรมการที่ส่วนร่วมบริหารงาน  ลูกจ้าง  พนักงาน  ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ  หรือถือหุ้นเกิน 1% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย

9.ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างอิสระที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท

10.สามารถเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการของบริษัทเพื่อตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้โดยอิสระ

11.สามารถดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

12.สามารถดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  1. ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต  กฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย  กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจการเงินในทำนองเดียวกัน  ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ  โดยหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายนั้น  ทั้งนี้ในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์  หรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง  ฉ้อฉล  หรือทุจริต

14.หากมีคุณสมบัติตามข้อ 1-13 กรรมการอิสระ  อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัท  บริษัทใหญ่  บริษัทย่อย  บริษัทร่วม  บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน  หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง  โดยมีการตัดสินใจแบบองค์คณะ (Collective  Decision) ได้โดยไม่ถือว่ากรรมการอิสระเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน

ในรอบปี 2559 กรรมการอิสระของบริษัททั้ง 3 คน ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพที่มีมูลค่าเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

การสรรหากรรมการและผู้บริหารระดับสูง

แนวทางการสรรหากรรมการ

คณะกรรมการมีหน้าที่สรรหาบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท  แทนกรรมการบริษัทที่ครบกำหนดออกตามวาระ  หรือในกรณีอื่นๆ และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป  โดยมีแนวทางในการสรรหากรรมการ โดยคำนึงถึง

  • คุณสมบัติที่เหมาะสม

-สามารถอุทิศเวลาและทำประโยชน์ให้กับบริษัทได้

-มีประวัติการทำงานที่ซื่อสัตย์สุจริต  โปร่งใส  และมีคุณสมบัติการเป็นกรรมการครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต.

-มีแนวความคิดและติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อยู่ตลอดเวลา

-มีประสบการณ์  ความรู้เชี่ยวชาญ  ทักษะเฉพาะด้าน  ที่สามารถเสริมประสิทธิภาพ  ความรู้  และประสบการณ์ของ

คณะกรรมการในส่วนที่ยังขาดอยู่

-ไม่ประกอบกิจการ หรือเป็นกรรมการ  หรือเป็นผู้บริหาร  ในองค์กรที่ประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัท

-กล้าพูดและกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล

-มีอุดมการณ์  สามารถทำงานเป็นทีม  และมีวัฒนธรรม เข้ากับกรรมการได้

  • การคัดเลือกคณะกรรมการบริษัทตามแนวทางบรรษัทภิบาล อาร์ซีไอ

คณะกรรมการมีหน้าที่สรรหากรรมการแทนกรรมการที่ครบรอบออกตามวาระหรือกรณีอื่น ๆ เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติแต่งตั้ง  โดยคณะกรรมการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีพื้นฐานและความเชี่ยวชาญจากหลากหลายอาชีพ  มีภาวะผู้นำวิสัยทัศน์กว้างไกล  เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรม  มีประวัติการทำงานที่โปร่งใสไม่ด่างพร้อม  รวมทั้งมีความสามารถในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ

  • แนวทางการพิจารณากลั่นกรองผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นกรรมการ

ในการพิจารณากลั่นกรองรายชื่อผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นกรรมการ  คณะกรรมการควรกำหนดแนวทางที่จะใช้ในการ

พิจารณา  โดยควรคำนึงถึงองค์ประกอบดังต่อไปนี้

1.คุณลักษณะที่ต้องการในกรรมการแต่ละคน

คณะกรรมการควรพิจารณาและกำหนดคุณลักษณะเฉพาะบุคคลของผู้ที่จะคัดเลือกเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการในด้านต่าง ๆ อาทิ เช่น

-ความมีคุณธรรมและความรับผิดชอบ

-การตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล

-ความมีวุฒิภาวะและความมั่นคง เป็นผู้รับฟังที่ดี และกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและเป็นอิสระ

-ยึดมั่นในการทำงานอย่างมีหลักการและมาตรฐานเยี่ยงมืออาชีพ

-คุณลักษณะอื่น ๆ ที่คณะกรรมการเห็นว่ามีความสำคัญ

  1. ความรู้ความชำนาญที่ต้องการให้มีในคณะกรรมการ

คณะกรรมการควรพิจารณากำหนดองค์ประกอบของความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต้องมีในคณะกรรมการ  เพื่อให้คณะกรรมการสามารถกำหนดกลยุทธ์และนโยบาย  รวมทั้งกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิผล

3.ความหลากหลายของกรรมการ

นอกเหนือจากการกำหนดองค์ประกอบสองประการดังกล่าวข้างต้นแล้ว  คณะกรรมการยังอาจพิจารณากำหนดแนวทางเกี่ยวกับความหลากหลายของคุณสมบัติอื่นๆ ของกรรมการทั้งคณะ เช่น การมาจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ และพื้นฐานการศึกษา อายุ เพศ ฯลฯ

การพิจารณาสรรหากรรมการที่จะครบกำหนดออกจากตำแหน่งตามวาระ โดยพิจารณาดังนี้

  • ความรู้ ความชำนาญ  หรือประสบการณ์ในการบริหารจัดการเชิงมหภาค (Macro-management)

แบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ เช่น  ด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาร์ซีไอ  ด้านการบริหาร  การจัดการองค์กร

การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาครัฐหรือภาคเอกชน  ด้านเศรษฐกิจ  การลงทุน  รวมถึงการกำหนดนโยบายและวางแผนกลยุทธ์  ด้านการตลาดหรือการประชาสัมพันธ์ ด้านการต่างประเทศ  และด้านการบริหารความเสี่ยง

  • ความรู้ ประสบการณ์ หรือความชำนาญเฉพาะด้าน (Specific Knowledge, experience or expertise)

แบ่งเป็น 3 ด้าน  คือ ด้านกฎหมาย  กฎ  ระเบียบราชการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ  ด้านบัญชี และการเงิน

โดยต้องมีความรู้ความเข้าใจในงบการเงิน  มาตรฐานบัญชี และด้านคมนาคม  การสื่อสาร  และเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • ความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์ด้านบรรษัทภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี

(Corporate Governance)

แบ่งเป็น 2 ด้าน  คือ ด้านการกำกับดูแลกิจการภายในองค์กร  รวมถึงการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง  และด้านการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นกรรมการ

1.การเสนอชื่อบุคคลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระคณะกรรมการจะเป็นผู้สรรหาเพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น  ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันที่จะเสนอชื่อบุคคลอื่น ๆ ส่วนอำนาจในการพิจารณาเลือกผู้ใดเป็นกรรมการเป็นอำนาจของผู้ถือหุ้น

2. ผู้ถือหุ้นมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง

3.ในการเลือกตั้งกรรมการ  ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล  และผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกตั้งบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการได้ไม่เกินจำนวนกรรมการที่จะเลือกตั้งในครั้งนั้น  โดยจะแบ่งคะแนนเสียงไม่ได้

4.บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะเลือกตั้งในครั้งนั้น  ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันอันจะทำให้เกินจำนวนกรรมการที่

จะเลือกตั้งในครั้งนั้น  ให้ประธานในที่ประชุมลงคะแนนเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดเพื่อให้ได้จำนวนกรรมการที่เลือกตั้งในครั้งนั้น

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งไม่รวมกรรมการผู้มีส่วนได้เสียได้หารือกันอย่างกว้างขวาง  รวมทั้งพิจารณาคุณสมบัติเป็นรายบุคคลอย่างละเอียดรอบคอบ  มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการโดยให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559  เลือกตั้งกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระทั้ง 3 ท่าน ได้แก่นางศิริสุข  ฮุนตระกูล ,นางภวัญญา  กฤตชาติ และนายศรีภพ  สารสาส  เป็นกรรมการต่อไปอีกวาระ  โดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน  2559 ในวาระพิจารณาเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล  กรรมการทั้ง 3 ท่าน  เป็นผู้ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด  จึงได้รับเลือกกลับเข้ามาเป็นกรรมการต่อไปอีกวาระหนึ่ง

            8.4 การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

          เพื่อให้การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเป็นไปตามนโยบายการดำเนินธุรกิจที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดไว้  คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดกลไกในการกำกับดูแล  รวมถึงควบคุมบริหารจัดการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม  ด้วยการกระจายอำนาจให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  และ/หรือกรรมการผู้จัดการเป็นผู้ควบคุมดูแลแทนคณะกรรมการบริษัท เช่น  การเป็นผู้พิจารณาตัวบุคคลที่จะเป็นตัวแทนของบริษัทไปเป็นกรรมการ  ผู้บริหาร  หรือผู้มีอำนาจควบคุม  โดยรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบ  เป็นต้น

 

           8.5 การใช้ข้อมูลภายในบริษัท

บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท  เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ  โดยกำหนดมาตราการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ(Insider  Trading) เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนไว้ในคู่มือจรรยาบรรณอาร์ซีไอ  และข้อบังคับพนักงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร  เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งหมายถึง  คณะกรรมการบริษัท  คณะจัดการ  และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล  รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว  โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

  • ห้ามกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล  รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว  ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท  ก่อนมีการเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปี

ทั้งนี้  บริษัทได้กำหนดให้มีการสอบทานการซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ  และห้ามมิให้พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงินเปิดเผยงบการเงินให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงินทราบในช่วงตั้งแต่วันปิดงวดของงบการเงินจนถึงวันเปิดเผยงบการเงินดังกล่าว

นอกจากนี้ในกรณีที่ทราบข้อมูลใดๆ ที่ยังไม่เปิดเผยซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท  ต้องไม่ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท  จนกว่าจะพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมงนับแต่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลนั้นสู่สาธารณะทั้งหมดแล้ว

  • กรรมการและผู้บริหารตามนิยามของ ก.ล.ต (“ผู้บริหารระดับสูง”) จะต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารระสูงของบริษัทเป็นครั้งแรก (แบบ59-1) โดยยื่นต่อก.ล.ต. ภายใน 30 วันทำการนับจากวันที่ดำรงตำแหน่ง  และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท เมื่อมีการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ของบริษัท (แบบ 59-2 )ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้  คณะกรรมการได้ติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว  โดยกำหนดให้มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ดังกล่าว  ให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบทุกครั้ง  และเปิดเผยข้อมูลจำนวนหุ้นที่ถือ ณ ต้นปี สิ้นปี  และที่มีการซื้อขายระหว่างปีของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง  ทั้งทางตรงและทางอ้อมไว้ในรายการงานประจำปี

ทั้งนี้ในปี 2559  ที่ผ่านมา  ไม่ปรากฎการกระทำความผิดของกรรมการ  ผู้บริหารระดับสูง  และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลภายในแต่อย่างใด

  • ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

            บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าสอบบัญชีให้กับ บริษัท กรินทร์ ออดิท จำกัด  ซึ่งเป็นสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีประจำปี 2559   สังกัด รวมทั้งบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัดในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา  มีจำนวนเงิน 930,000  บาท

ทั้งนี้  บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่มีความสัมพันธ์  หรือส่วนได้เสียใดๆ กับบริษัท / ผู้บริหาร/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว

ค่าสอบบัญชีเปรียบเทียบ ตั้งแต่ปี 2557-2559 (บาท)

        รายละเอียด 2557 2558 2559
RCI

ค่าตรวจสอบบัญชีประจำปี

ค่าสอบทานงบการเงิน  3  ไตรมาส

รวม

 

350,000

360,000

710,000

 

350,000

360,000

710,000   

 

420,000

420,000

840,000

RABT

ค่าตรวจสอบบัญชีประจำปี

ค่าสอบทานงบการเงิน  3  ไตรมาส

รวม

                                   รวมทั้งสิ้น                                                                

 

45,000

45,000

90,000

800,000

 

45,000

45,000

90,000

   800,000

 

45,000

45,000

90,000

930,000

 

ค่าบริการอื่นนอกเหนือจากค่าสอบบัญชี

บริษัทจ่ายค่าธรรมเนียมอื่นนอกเหนือจากค่าสอบบัญชี  ได้แก่ ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของผู้สอบบัญชี  เป็นเงินจำนวน  42,031   บาท

จรรยาบรรณอาร์ซีไอ

            คณะกรรมการบริษัทได้รวบรวมข้อพึงปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร เรียกว่า “จรรยาบรรณอาร์ซีไอ”  มาเป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับการบริหารงานของอาร์ซีไอ  โดยมีการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี  เพื่อให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการของบริษัท  และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  โดยได้รวบรวมแนวปฏิบัติมาจัดหมวดหมู่  เสริมด้วยตัวอย่างและกำหนดข้อพึงปฏิบัติที่ชัดเจน  เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย  และสามารถนำไปใช้ได้สะดวก  รวมทั้งกำหนดนโยบายการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต  หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย  กฎระเบียบ  ข้อบังคับบริษัท  จรรยาบรรณอาร์ซีไอ  และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น (Helping  Line Policy ) โดยมีคณะทำงานกำหนดนโยบายและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามจรรยาบรรณอาร์ซีไอ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลในเรื่องต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องและตัวแทนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงทำหน้าที่ติดตามผลการดำเนินงาน  ตลอดจนให้คำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง  โดยได้กำหนดช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็น  และตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณอาร์ซีไอบนเว็บไซต์

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พนักงานตระหนักในเรื่องจรรยาบรรณอาร์ซีไอ  จึงได้จัดให้มีการให้ความรู้และส่งเสริมการปฏิบัติตามจรรยาบรรณอาร์ซีไอ  ให้แก่พนักงานทุกคน  ทุกระดับ  เน้นการสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานตั้งแต่เริ่มเข้างานโดยได้จัดทำคู่มือจรรยาบรรณเป็นรูปเล่ม  เพื่อให้พนักงานทุกคนเกิดความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปใช้เป็นหลักในการปฏิบัติ

งานเคร่งครัด  และเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินศักยภาพของพนักงานเป็นประจำทุกปี

การดำเนินการในการต่อต้านคอร์รัปชั่น

เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินการตามหลักปฏิบัติสากลด้านสิทธิมนุษยชน  แรงงาน  สิ่งแวดล้อม  และการต่อต้านคอร์รัปชั่น  ซึ่งมีความสอดคล้องกับการดำเนินงานของอาร์ซีไอ ที่ยึดถือปฏิบัติตามการกำกับดูแลกิจการที่ดี  ความมีคุณธรรมและจรรยาบรรณอาร์ซีไอ  โดยมีหลักการ 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

1) จริยธรรมทางธุรกิจ   ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความถูกต้อง  ซื่อสัตย์สุจริต  มีจริยธรรม  มีความโปร่งใส  รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัดไม่ทำการใด ๆ อันเป็นวิธีที่ทุจริตคอร์รัปชั่น  ติดสินบนด้วยการเสนอหรือสัญญาจะให้เงิน  ทรัพย์สิน  สิ่งของ  หรือผลประโยชน์อื่นใด  เพื่อจูงใจให้ตนเองหรือบุคคลอื่น ใด ได้รับผลประโยชน์อื่น ๆ ที่ไม่ควรได้รับ  รวมถึงการทำให้ได้เปรียบผู้อื่นในการประกอบธุรกิจ

2) แรงงานและสิทธิมนุษยชน   ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงาน  โดยเฉพาะแรงงานเด็ก  สตรี  และแรงงานต่างด้าว  ไม่บังคับใช้แรงงานในลัษณะแรงงานทาส  ดูแลการจ่ายค่าจ้าง  ผลประโยชน์  และการกำหนดระยะเวลา  การทำงานอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

3)อาชีวอนามัย  และความปลอดภัย  ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย  ควบคุมความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดจากการปฎิบัติงาน  และการจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้เพียงพอและพร้อมใช้งานเสมอ

4)สิ่งแวดล้อม  ดำเนินธุรกิจโดยคำถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้แก่  การลดปริมาณการใช้ทรัพยากร  การนำกลับมาใช้ซ้ำหรือใช้ใหม่  และการสร้างทดแทน

5)กฎหมายและข้อกำหนด   ปฏิบัติตามกฎหมาย  ข้อกำหนด  และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นโยบายการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่แจ้งข้อมูล หรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่ปฎิบัตตามกฎหมายหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย  กฎระเบียบ  ข้อบังคับบริษัทและจรรยาบรรณ อาร์ซีไอ (Helping  Line Policy)

ผู้มีสิทธิ์ร้องเรียน 

1.พนักงานที่พบเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของอาร์ซีไอ

2.พนักงานที่ถูกกลั่นแกล้ง  ข่มขู่  ถูกลงโทษทางวินัย  เช่น  ถูกลดขั้นเงินเดือน  ถูกพักงาน  ให้ออกจากงานหรือถูกเลือกปฏิบัติด้วยวิธีการอันไม่ชอบที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพการจ้างงาน  อันเนื่องมาจากการที่ตนได้ร้องเรียน  ให้ข้อมูล  หรือจะให้ข้อมูล  ช่วยเหลือในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน  หรือรวบรวมข้อเท็จจริงให้แก่ผู้รับข้อร้องเรียน  รวมไปถึงการฟ้องร้องดำเนินคดี  การเป็นพยาน  การให้ถ้อยคำ  หรือการให้ความร่วมมือใด ๆ ต่อศาลหรือหน่วยงานของรัฐ

ผู้รับข้อร้องเรียน

1.ผู้บังคับบัญชาที่ตนเองไว้วางใจในทุกระดับ

2.ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

3.กรรมการผู้จัดการ

วิธีการร้องเรียน 

ร้องเรียนต่อผู้รับข้อร้องเรียนคนใดคนหนึ่ง  ดังต่อไปนี้

1.ร้องเรียนได้โดยตรงด้วยวาจา  หรือลายลักษณ์อักษร

2.ผ่านทาง E-mail Address ของผู้รับข้อร้องเรียน

3.ทำเป็นจดหมายถึงผู้รับข้อร้องเรียนผ่าน  Opinion Box

4.ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนเลือกที่จะไม่เปิดเผยชื่อต้องระบุรายละเอียดข้อเท็จจริง  หรือหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย  กฎระเบียบ  ข้อบังคับบริษัท  หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ

ของอาร์ซีไอเกิดขึ้น

ทั้งนี้การร้องเรียนจะถือเป็นความลับที่สุด  และผู้ร้องเรียนสามารถร้องเรียนได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง  และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนผู้ร้องเรียน  แต่หากเปิดเผยตนเองจะทำให้อาร์ซีไอสามารถแจ้งผลการดำเนินการหรือรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องที่ร้องเรียนให้ทราบได้

ขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จริง

1.ผู้รับข้อร้องเรียนจะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จริง  หรือแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง  เพื่อเป็นผู้

ตรวจสอบข้อเท็จจริง

2.ผู้รับข้อร้องเรียนหรือผู้ได้รับมอบหมายสามารถเชิญให้พนักงานคนหนึ่งคนใดมาให้ข้อมูล  หรือขอให้จัดส่งเอกสารใด ๆ ที่

เกี่ยวข้องมาเพื่อการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง

3.หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความจริงอาร์ซีไอจะดำเนินการดังต่อไปนี้

– ในกรณีที่ข้อร้องเรียนเป็นเรื่องที่ อาร์ซีไอกระทำผิดกฎหมาย  กฎระเบียบ  ข้อบังคับ  หรือจรรยาบรรณของอาร์ซีไอจะเสนอเรื่องพร้อมความเห็น  และกำหนดแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อผู้มีอำนาจดำเนินการในอาร์ซีไอ  พิจารณาดำเนินการ  และในกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญ  เช่น  เป็นเรื่องที่กระทบต่อชื่อเสียงภาพลักษณ์หรือฐานะทางการเงินของบริษัท  ขัดแย้งกับนโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท  หรือเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง  เป็นต้น  ให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการตรวจสอบหรือ คณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา

-ในกรณีที่ข้อร้องเรียนให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใดผู้หนึ่ง  จะเสนอวิธีการบรรเทาความเสียหายที่เหมาะสมและเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย

การคุ้มครองปกป้องผู้ที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแส  

1.ผู้ร้องเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้หากเห็นว่าการเปิดเผยอาจทำให้เกิดความเสียหายกับตนเอง  แต่ต้องระบุรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย  กฎระเบียบ  ข้อบังคับบริษัท  หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของอาร์ซีไอเกิดขึ้น  อย่างไรก็ตามหากเลือกที่จะเปิดเผยตนเองก็จะทำให้ผู้รับข้อร้องเรียนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

2.ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง  อาร์ซีไอถือเป็นความลับ  และจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็น  โดยคำนึงถึงความปลอดภัย  และความเสียหายของผู้รายงาน  แหล่งที่มาของข้อมูล  หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ผู้รับผิดชอบในทุกขั้นตอนจะต้องรักษาข้อมูลที่ได้รับรู้ชั้นความลับสูงสุด  และไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำความผิดวินัย

3.กรณีที่ผู้ร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิดความเดือดร้อนเสียหาย  ผู้ร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมก็ได้  หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนไม่ต้องร้องขอก็ได้  หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย

4.พนักงานที่ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยวิธีการที่ไม่เป็นธรรม  เลือกปฏิบัติด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นนั้น  อันมีเหตุจูงใจมากจากการที่บุคคลอื่นนั้นได้ร้องเรียน  ได้แจ้งข้อมูลร้องเรียนหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต  หรือการไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย  กฏระเบียบ  ข้อบังคับหรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของอาร์ซีไอ  รวมไปถึงการที่บุคคลอื่นนั้นฟ้องร้องดำเนินคดี  เป็นพยาน  ให้ถ้อยคำ หรือให้ความร่วมมือใด ต่อศาลหรือหน่วยงานของรัฐถือเป็นการกระทำความผิดวินัยที่ต้องได้รับโทษ  ทั้งนี้อาจได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้หากการกระทำความผิดตามกฎหมาย

5.ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยวิธีการหรือกระบวนการที่มีความเหมาะสม  และเป็นธรรม

Top